อลิซผจญภัยในดินแดนมหัศจรรย์
อลิซผจญภัยในดินแดนมหัศจรรย์ ...
หรือ Alice"s Adventures in Wonderland ของลูอิส แครอลล์ เป็นวรรณกรรมเยาวชนคลาสสิกอีกเรื่องหนึ่งของบรรณพิภพ และยังนับเป็นต้นแบบของวรรณกรรม แนวแฟนตาซีหรือเรื่องที่เหลือเชื่อก็ว่าได้ เนื้อเรื่องจะมีแนวโน้มไปในทางโลกในจินตนาการของเด็ก ซึ่งใสบริสุทธิ์ และกว้างไกลจนสุดที่จะคาดคะเน ซึ่งโดยเฉพาะจินตนาการในความฝัน ที่สามารถ เนรมิตให้สิ่งไม่มีชีวิตเคลื่อนไหวได้อย่างมีชีวิตชีวา หรือให้สัตว์พูดจาโต้ตอบกับมนุษย์ได้เข้าใจ และแน่นอนที่ว่าทุกคนนั้นเคยได้ผ่านวัยเด็กมาแล้ว ย่อมเคยมีความฝันและจินตนาการทำนองเช่นนี้ มาก่อนเหมือนกัน...แต่คราวนี้เราลองมาฟังจินตนาการในความฝันของอลิซที่ลือชื่อไปจนทั่วโลกกันดูนะคะ
ตอน 1..." ลงโพรงกระต่าย "
อลิซเริ่มเบื่อที่จะนั่งอยู่ริมข้าง ๆ พี่สาวโดยไม่มีอะไรทำ เธอเหลือบมองหนังสือที่พี่สาวของเธอ ถือไว้ในมือหลายครั้ง ด้วยหนังสือเล่มนั้นไม่มีรูปภาพและบทสนทนาที่น่าสนุกและน่าสนใจอะไร เลยสักนิด...อลิซคิด แต่เป็นด้วยวันนี้เธอได้เป็นผู้บอกและอ้อนวอนให้พี่สาวอ่านหนังสือให้เธอ ฟังนั่นเอง อลิซชั่งใจ ( อย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าอากาศร้อนจะทำให้เธอรู้สึกง่วงจน หัวตื้อไปหมดก็ตามเถอะ )ว่าการทำอย่างอื่นคงจะสนุกกว่าการนั่งฟังอยู่อย่างเงียบ ๆ อย่างนี้หรือ ปล่าวน้า...
" ทันใดนั้นเอง"
กระต่ายขาวตาสีชมพูตัวหนึ่งก็วิ่งผ่านมาตรงที่ใกล้ ๆ กับเธอ แต่ภาพที่เห็นนั้นดูไม่มีอะไรแปลกประหลาด เพราะอลิซก็ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องผิดปกติเท่าไร นัก ที่ได้ยินกระต่ายพูดกับตัวเองแบบรีบร้อนว่า " ตายแล้ว ! ตายแล้ว ! ฉันต้องสายแน่ ๆ เลย " (เมื่อ มาคิดดูภายหลัง อลิซคิดว่าเธอควรจะรู้สึกประหลาดใจในเรื่องนี้ แต่ในตอนนั้นมันกลับกลายเป็น เรื่องปกติธรรมดาเสียเหลือเกิน ) แล้วจากนั้นกระต่ายก็หยิบนาฬิกาออกมาจากกระเป๋าเสื้อกั๊ก พร้อม กับก้มลงมองเวลา แล้วมันก็วิ่งต่อไปด้วยท่าทางที่รีบร้อน อลิซก็ลุกขึ้นยืน เพราะเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า เธอยังไม่เคยเห็นกระต่ายที่ใส่เสื้อกั๊กหรือพกนาฬิกามาก่อนเลย.....
และด้วยความที่สงสัยอย่างเหลือประมาณ อลิซรีบวิ่งตามกระต่ายตัวนั้นไปในท้องทุ่ง และโชคดี ที่วิ่งไปทันและเห็นมันหายลงไปในโพรงกระต่ายโพรงใหญ่โพรงหนึ่ง เพียงเดี๋ยวเดียว อลิซก็ตามลง ไปในโพรง ไม่ได้ทันฉุกใจคิดแม้แต่น้อยเดียวว่า เธอจะกลับออกมาจากโพรงนี้ได้ด้วยวิธีใดอีก เสียด้วยสิ....ในโพรงกระต่ายนั้นทอดยาวไปเหมือนอุโมง แล้วจู่ ๆ ทางก็หักลงต่ำจนอลิซต้องชะงัก เท้าแทบไม่ทัน มารู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อเธอได้ร่วงลงไปในเหวลึกเสียแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะเหวนี้ลึกมากก็แสดงว่าอลิซคงจะตกลงไปอย่างช้า ๆ เพราะขณะที่ตกลงไปนั้น เธอยัง มีเวลาเหลือเฟือที่จะเหลียวมองไปรอบ ๆ พร้อมกับนึกสงสัยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ตอนแรกเธอ พยายามมองลงไปว่าข้างล่างนั้นเป็นอะไรแต่มันก็ดูเหมือนว่าจะมืดเสียจนมองอะไรไม่เห็น เธอจึงเปลี่ยน มามองที่ด้านข้างของข้างฝา พบว่าเป็นตู้เสื้อผ้าและชั้นหนังสือเต็มไปหมด บางช่วงก็มีแผนที่กับรูปภาพ แขวนอยู่บนขอด้วย อลิซคว้าโถใบหนึ่งมาจากชั้นขณะที่ร่วงผ่าน โถใบนั้นมีตัวหนังสือเขียนไว้ว่า " แยมผิวส้ม " แต่เธอก็ต้องผิดหวังอย่างแรง เพราะข้างในโถนั้นไม่มีอะไรเลย อลิซหล่นลงไป หล่น ลงไป ลงไป ลงไปเรื่อย ๆ มันจะมีวันจบสิ้นไหมนะ ! อลิซคิด " สงสัยจังว่าฉันตกลงมาได้กี่ไมล์แล้วนะ" อลิซอดที่จะพูดออกมาดัง ๆ ไม่ได้ "คงใกล้ถึงกลางโลกแล้วมั้งเนี่ย ขอคิดเดี๋ยวนะ....ฉันว่าคงสักสี่พัน ไมล์ได้ละมั้งนี่....ใช่คงจะลึกราว ๆ นั้นแหละนะ...แต่ เอ๊ะ นี่ฉันจะร่วงผ่านไปถึงโลกอีกซีกหนึ่งเลย หรือเปล่า ! ถ้าไปโผล่ที่นั่นแล้วไปเจอคนเดินกลับหัวคงตลกดี ! เขาเรียกว่าประเทศที่อยู่ด้านปรปักษ์ กันของโลกไง ...แต่ฉันจะต้องถามเขาให้ได้ว่าที่นั่นคือประเทศอะไร จริงมั้ย...ขอโทษนะคะคุณผู้หญิง ที่นี่เป็นประเทศนิวซีแลนด์หรือออสเตรเลียค่ะ " ( ขณะที่พูดอลิซก็พยายามฝึกทำท่าถอนสายบัวไปด้วย ....) อลิซยังคงหล่นลงไป ลงไป ลงไปเรื่อย ๆ และเมื่อไม่มีอะไรให้ทำเธอรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะเคลิ้มหลับ เธอจึงเอื้อมมือไปคว้าหวีกับกระจกส่องหน้ามาได้ " แหมพอดีเลย กำลังว่างอยู่ทีเดียว ถ้าจะได้เจอคน หลาย ๆ ประเทศ แล้วละก็ ก็ต้องหวีผมเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าก่อนนะ เพราะเดี๋ยวจะต้องไปอายขายหน้าเขา ด้วยผมที่ยุ่ง ๆนี่น่ะสิ ! "
แต่ทันใดนั้นเอง...ก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เธอตกลงไปบนกองกิ่งไม้และใบ ไม้แห้ง แล้วการล่วงหล่นก็จบสิ้นลงเสียที.......อลิซไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด เธอรีบลุกขึ้นยืนแล้วแหงนหน้า มองขึ้นไปที่ด้านบน ก็เห็นแต่เพียงความมืดมิด ข้างหน้าเธอมีทางยาวอีกเส้นหนึ่ง พอเพ่งมองไปก็เห็น กระต่ายขาวเดินอยู่ไม่ไกลนัก มันยังคงเร่งรุดไปข้างหน้าไม่ยอมรอช้าแม้แต่ครู่เดียว อลิซรีบวิ่งตัวปลิว ตามไป และทันได้ยินมันพูดตอนเลี้ยวหัวมุมว่า " โธ่...หูฉัน...หนวดฉัน ป่านนี้สายแย่แล้ว ! โธ่ โธ่..." ตอนที่เลี้ยวนั้นอลิซตามหลังมันมาติด ๆ แต่พอเลี้ยวมาแล้ว กลับมองไม่เห็นมันอีก
อลิซพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ในห้องโถงกว้างขวาง สว่างไสวไปหมด ภายในห้องโถงมีประตูเยอะแยะมาก มาย แต่ทุกบานปิดล๊อกอยู่ หลังจากไปลองเปิดประตูทุกด้านทุกบานดูแล้ว อลิซก็เดินอย่างเศร้าสร้อยมาที่ กลางห้อง นึกในใจว่าเธอจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างไรกัน ทันใดนั้นอลิซก็เหลือบไปเห็นโต๊ะสามขาเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง ทำด้วยแก้วทั้งตัวมีสิ่งหนึ่งวางอยู่ที่บนโต๊ะ นั่นมันเป็นกุญแจทองคำดอกจิ๋วนี่ ทีแรกอลิซคิดว่ามันจะต้องเป็นลูกกุญแจของประตูบานใดบานหนึ่งอย่าง แน่ ๆ แต่...โธ่เอ๋ย ถ้าไม่ใช่รูกุญแจจะใหญ่เกินไปแล้ว ลูกกุญแจก็คงจะเล็กจนเกินไปแหละ เพราะ ไม่ว่ายังไง ๆ มันก็ไขประตูไม่ได้เลยสักบาน แต่เมื่ออลิซพยายามอีกครั้งเธอก็ได้พบว่ามีประตูอยู่ บานหนึ่งที่สอดลูกกุญแจจิ๋วดอกนั้นลงไปได้อย่างพอดีพอเหมาะเสียด้วยสิ อ้า...ดีใจจริง ๆ ที่ไขได้ ! อลิซเปิดประตูบานนั้นออก ปรากฏว่าเห็นเป็นทางเส้นเล็ก ๆ ใหญ่กว่าโพรงหนูนิดเดียวเอง เธอ คุกเข่าแล้วพยายามมองเข้าไปภายใน ภาพที่เห็นคือสวนที่สวยงามที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา อลิซอยาก ออกจากห้องนี้แล้วเข้าไปเดินเล่นในสวนที่เห็น ท่ามกลางดอกไม้สีสดและน้ำพุใสนั่นจังเลย แต่ว่า ประตูนั่นก็เล็กเสียจนเธอจะเสือกหัวลอดเข้าไปก็ยังไม่ได้ และเท่าที่ผ่าน ๆ มามีเรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้น เยอะแยะ จนอลิซชักจะเริ่มคิดว่า ในโลกนี้มีเรื่องที่เป็นไปไม่ได้น้อยเหลือเกินจริง ๆ.... และดูเหมือนว่าการรอคอยและการนั่งคิดอยู่ตรงหน้าประตูจิ๋วเล็ก ๆ ที่เข้าไปไม่ได้นั้น มันดูว่าจะ ไม่เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาเสียเลย
อลิซจึงกลับไปที่โต๊ะสามขาตัวเดิมอีกครั้ง แอบหวังว่าบางที อาจจะมีลูกกุญแจอีกดวงวางอยู่ แต่คราวนี้เธอพบขวดเล็ก ๆ ใบหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ( " แน่หละ เมื่อกี้ที่ผ่านมามันไม่ได้อยู่บนโต๊ะสักหน่อยนี่ " ) ที่ตรงคอขวดมีแถบกระดาษพันไว้ มีตัวหนังสือ เขียนกำกับไว้ว่า ...
" ดื่มฉันสิ "
พิมพ์ไว้อย่างสวยงามด้วยอักษร ขนาดใหญ่ ก็ดีอยู่หรอกนะที่เขียนว่า " ดื่มฉันสิ " แต่อลิซผู้ฉลาดเฉลียวไม่รีบร้อนทำอะไรแบบ นั้นหรอก " ไม่ ฉันจะต้องดูก่อนว่ามันมีเครื่องหมายแสดงว่า " เป็นพิษ " อยู่หรือเปล่า " อลิซพูด แต่ว่าขวดใบนี้ไม่มีเครื่องหมายบอกว่า " เป็นพิษ" อลิซจึงกล้าตัดสินใจยกมันขึ้นดื่มดู ปรากฏว่าก็อร่อยดี ( มีรสชาติแปลก ๆ ปนกันอยู่หลายอย่างระหว่างพายเชอร์รี คัสตาร์ด ทอฟฟี่กับน้ำสับปะรด ) เพียง เดี๋ยวเดียวอลิซก็ดื่มจนหมดขวด " แปลกจัง " อลิซพูดขึ้น " รู้สึกว่าตัวฉันกำลังหดลงไปเรื่อย ๆ แน่ ๆ เลย " และก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เสียด้วย ตอนนี้อลิซตัวสูงแค่สิบนิ้ว เธอยิ้มแป้น เพราะรู้ว่าตอนนี้ เธอตัวเล็กพอที่จะเข้าไปในสวนทางประตูเล็ก ๆ นั่นได้แล้ว แต่เดี๋ยวก่อน เธอต้องรอดูสักครู่ว่าตัว เธอจะหดเล็กลงไปมากกว่านี้อีกหรือเปล่า อลิซรู้สึกหวั่นใจเล็กน้อย " ใครจะไปรู้ล่ะ...ใช่ไหม? " อลิซเผอพูดกับตัวเอง ไม่นานนัก เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก อลิซจึงตัดสินใจว่าจะต้องรีบเข้า ไปในสวนให้เร็วที่สุด แต่ ! อนิจจา อลิซผู้น่าสงสาร ! พอไปถึงประตูเธอก็เพิ่งนึกออกว่าลืมลูกกุญแจ ทองคำไว้บนโต๊ะ แล้วเมื่อเดินกลับไป เธอก็ไม่สามารถที่จะหยิบลูกกุญแจนั้นได้เสียแล้ว... ทั้ง ๆ ที่ มองเห็นว่ามันยังวางอยู่ที่บนโต๊ะอย่างชัดเจน เพราะโต๊ะแก้วใสแจ๋วจนมองทะลุได้ อลิซพยายามทุกวิถี ทางที่จะปีนขาโต๊ะขึ้นไป แต่มันก็ลื่นเหลือเกิน หลังจากที่พยายามปีนจนหมดแรงแล้วอลิซตัวจิ๋วก็ได้ แต่นั่งร้องไห้อยู่กับพื้น..ร้องจนน้ำตาเป็นเผาเต่า แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น " เธอน่าจะอายตัวเองบ้างนะ " อลิซพูด " เด็กผู้หญิงเก่ง ๆ อย่างเธอ จะมานั่งร้องไห้อยู่อย่างนี้ได้ยังไง ! ฉันขอสั่งให้หยุดร้องเดี๋ยว นี้ ! หยุดนะ " แล้วเธอก็หยุดร้องไห้แอบยิ้มออกมาได้นิดหนึ่งเพราะดีใจที่สั่งตัวเองได้นั่นเองแหละ...
ตอน 2..." ทะเลน้ำตา "
" ว้าย...ทำไมฉันจึงรู้สึกว่าเย็นอย่างนี้นะ ! " ขณะที่อลิซร้องอย่างตกใจออกมานั้น เท้าของเธอก็ ลื่นไถล และก็ " ตูม " อลิซตกลงไปลอยคออยู่ในน้ำเค็มเสียแล้ว แวบแรกนั้นเธอคิดว่าตัวเองตก ลงไปในทะเล แต่ไม่นานอลิซก็นึกออกว่า ตัวเองกำลังลอยคออยู่ในทะเลน้ำตาของเธอเองที่ไหล ออกมาอย่างกะเผ่าเต่าเมื่อสักครู่นี้เสียแล้ว..." ฉันไม่น่าร้องไห้เยอะเลย " อลิซพูดขณะที่พยายามว่าย น้ำเข้าหาฝั่ง " ตอนนี้เลยมาถูกลงโทษให้จมน้ำตาตัวเอง ประหลาดดีแท้เลย " แล้วทันใดนั้นอลิซก็ ได้ยินเสียงพุ้ยน้ำดังอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ เธอจึงพยายามแหวกว่ายไปใกล้ ๆ เพื่อดูว่าอะไรเป็นต้นเสียง แต่เพียงครู่เดียวอลิซก็เห็นว่า ต้นเสียงคือหนูตัวหนึ่งที่ตกน้ำอยู่เหมือนเธอ " ถ้าเข้าไปคุยกับหนูตัวนั้น" อลิซคิด " มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ ถ้าเกิดว่ามันจะพูดภาษาคนไม่ได้ แต่ที่นี่อะไร ๆ ก็ดูเพี้ยนกันไป หมดจนฉันไม่อยากหวังอะไรทั้งนั้น แต่เอาเถอะคงไม่เสียหายหรอกนะถ้าจะลองดูน่ะ " ว่าแล้วอลิซ ก็พูดขึ้นว่า " หนูจ๊ะ เธอรู้ทางที่จะออกไปจากทะเลนี่หรือเปล่าล่ะ ฉันว่ายน้ำจนหมดแรงแล้วจ๊ะ หนู จ๋า " หนูตัวนั้นหันมามองอลิซด้วยท่าทางสงสัย และถ้าไม่ผิดเธอเห็นมันขยิบตาเล็ก ๆ ข้างหนึ่งให้ เสียด้วย แต่มันไม่ยอมพูดอะไร " มันคงไม่รู้ภาษาอังกฤษแน่เลย " อลิซคิด " แย่จังบางทีอาจจะเป็น หนูที่มาจากประเทศฝรั่งเศสหรือปล่าวนะ..ว้า " แล้วอลิซก็พูดใหม่เป็นภาษาฝรั่งเศสซึ่งก็เป็นคำเดียว ที่เธอรู้จักและนึกขึ้นมาได้ตอนนั้นว่า " อู เอ มา ชาต " (ซึ่งบังเอิญมันแปลว่าแมวเสียด้วย ) หนูตัวนั้น พอได้ยินเท่านั้นก็ตะเกียกตะกายว่ายหนีอย่างสุดแรงเกิดจนน้ำในทะเลนั้นแตกกระจายเลยทีเดียว " โอ๊ะ...โอ๋ ขอโทษทีจ๊ะ " อลิซละล่ำละลักพูดออกมาเพราะกลัวว่าเจ้าหนูน้อยตัวนั้นจะโกรธ " ฉัน ลืมเสียสนิทว่าเธอไม่ชอบแมว " "ไม่ชอบแมว.... ! " หนูพูดเสียงสั่น ๆ อย่างสยองใจเป็นที่สุด " เธอ จะชอบแมวไหมล่ะ ถ้าเธอเป็นหนูน่ะ " พูดต่อว่าเสร็จแล้วเจ้าหนูตัวนั้นก็ทำทีเป็นจะว่ายหนีอีกแล้ว อลิซเมื่อเห็นดังนั้นก็ร้องตามหลังมันไปอีกว่า " อ้าว...ก็พูดได้นี่ แต่หนูจ๋ากลับมาเถิดนะฉันจะไม่พูดคำว่า แมวอีกแล้ว ถ้าเธอไม่ชอบ " พอได้ยินดังนั้นหนูก็หยุดแล้วว่ายกลับมาพูดกับอลิซว่า " ก็ดีเราไปขึ้นฝั่ง กัน แล้วฉันจะเล่าประวัติศาสตร์ของหนูให้เธอฟัง และเมื่อฟังแล้วตอนนั้นเธอจะรู้แจ้งว่าทำไมฉัน จึงเกลียดแมวนักยังไงล่ะ " แล้วตอนนั้นก็เป็นการสมควรอย่างยิ่งที่จะรีบขึ้นฝั่งเสียด้วย เนื่องจาก ระดับในทะเลเริ่มสูงขึ้น เพราะพวกนกกับสัตว์อื่น ๆ ที่ตกลงมาเหมือนกันกับอลิซมีทั้งเป็ด นกโดโด้ นกแก้ว นกอินทรีเล็ก แล้วก็สัตว์แปลก ๆ อีกหลายตัว อลิซเป็นผู้ว่ายนำไป แล้วสัตว์ทั้งหมดก็พากัน ว่ายเข้าไปหาฝั่ง......
ตอน 3..." การเล่นเกมเพื่อทำให้ตัวแห้งของนกโดโด้"
ทั้งหมดที่มาขึ้นฝั่งด้วยกันกลายเป็นกลุ่มตัวประหลาดไปทันที แต่ละตัวล้วนแต่เปียกโชก หงุดหงิด เพราะไม่สบายเนื้อสบายตัว แล้วก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคำถามข้อแรกก็คือ ทำยังไงตัวถึงจะแห้งได้ พวกสัตว์ปรึกษากันในเรื่องนี้ เพียงไม่กี่นาทีต่อมา อลิซก็ไม่รู้สึกแปลกใจอะไรเลยที่ตัวเองพูดคุยกับ สัตว์ทั้งหลายได้อย่างคุ้นเคย ราวกับว่ารู้จักกันมานานแสนนานนักหนา แล้วนกโดโด้ซึ่งดูเหมือนว่า จะเป็นผู้ที่มีสิทธิ์มีเสียงสูงสุดในบรรดาสัตว์ทุกตัวก็ประกาศขึ้นว่า " ยืนจับมือกันให้เป็นวงกลมให้หมด แล้วฟังฉันให้ดี ! ฉันจะให้ทุกคนตัวแห้งในอีกเดี๋ยวเดียวนี่แหละ " พวกสัตว์พากันยืนขึ้นทันที โดยยืน จับมือกันเป็นวงกลมรวมทั้งนกโดโด้ด้วย " อะแฮ่ม ! " เสียงนกโดโด้กระแอมราวกับจะกล่าวเรื่องสำคัญ " วิธีการที่ดีที่สุดในการที่จะทำให้เราตัวแห้ง คือการเล่นเกมเพื่อทำให้ตัวแห้ง" " เกมเพื่อทำให้ตัวแห้ง... เป็นยังไงเหรอ " อลิซถามขึ้น "อย่าถามเลย " นกโดโด้ตอบ " คำอธิบายที่ดีที่สุดคือการลงมือทำ ! " แล้วแรกเริ่มเลยนั้น นกโดโด้ก็ขีดเส้นสนามเหมือนจะเป็นวงกลม แล้วทั้งหมดก็ยืนเรียงกันไปตามเส้น ตรงโน้นบ้างตรงนี้บ้าง และไม่มีการนับ " หนึ่ง สอง สาม...วิ่ง " สัตว์ทั้งหลายเพียงแต่เริ่มวิ่งกันตาม ถนัดและก็หยุดวิ่งกันตามใจก็เป็นอันบอกไม่ได้ว่าเกมนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ แต่พอวิ่งกันมาได้ราว ๆ ครึ่งชั่วโมง และตัวเริ่มแห้งกัน แล้ว จู่ ๆ นกโดโด้ก็ร้องออกมาดัง ๆ ว่า " จบเกมแล้ว ! " สัตว์ทุกตัวก็ พากันมาอออยู่รอบ ๆ นกโดโด้พลางหอบฮั่ก ๆ ด้วยความเหนื่อย มีเสียงถามว่า " แล้วใครชนะ" คำถาม นี้ทำให้นกโดโด้ต้องคิดอยู่นานเลยทีเดียว มันทำท่าเอานิ้วแตะหน้าผากอยู่พักใหญ่ ส่วนข้างสัตว์ ทั้งหลายก็ได้แต่ยืนรอกันอย่างเงียบเชียบแล้วในที่สุดนกโดโด้ก็พูดขึ้นว่า " ทุกคนชนะหมด มีรางวัล ให้ด้วย " " แล้วใครจะเป็นคนให้รางวัลล่ะ " มีหลายเสียงถามขึ้นพร้อม ๆ กัน " อ้าว..ก็เธอนั่นไงล่ะ? " นกโดโด้ว่าพลางแล้วชี้มือไปที่อลิซ ทันใดนั้นพวกสัตว์ต่าง ๆ ก็ตรงไปรุมล้อมที่อลิซ พลางส่งเสียง ร่ำร้องกันจนแทบจะฟังไม่ได้ศัพท์ว่า " รางวัล ! รางวัล ! " อลิซด้วยนึกไม่ออกว่าจะทำยังไงดี หมด ท่าเข้าก็เลยเอามือล้วงกระเป๋ากระโปรง ควักกล่องท๊อปฟี่ผลไม้อาบน้ำตาลขึ้นมา แล้วส่งทั้งกล่อง ไปให้พวกสัตว์เป็นรางวัล ปรากฏว่าแบ่งกันได้ตัวละชิ้นพอดิบพอดี " แหม..เกือบไปแล้ว ดีนะที่มี กล่องท๊อปฟี่ผลไม้ติดมาด้วย โชคดีแท้ ๆ " อลิซคิด และต่อมาจากนั้นก็คือการกินท๊อปฟี่ผลไม้กัน ซึ่งก็เป็นเหตุให้เกิดเสียงดังและความโกลาหลอยู่ไม่น้อย เพราะนกตัวใหญ่บ่นว่ากินไม่ได้ ส่วนนก ตัวเล็ก ๆ กินเข้าไปแล้วก็สำลักติดคอจนต้องคายออกมา แต่ในที่สุดก็กินกันจนหมดจนได้ จากนั้นพวก สัตว์ต่าง ๆ จึงมานั่งล้อมวงกันแล้วอลิซจึงขอให้หนูเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ของหนูให้เธอฟัง " เธอสัญญาว่า ขึ้นฝั่งแล้วจะเล่าให้ฉันฟังจำได้มั้ย ? " อลิซทวง " แล้วเรื่องสาเหตุที่เธอเกลียด ม...น่ะ " เธอพูดด้วย เสียงกระซิบเพราะกลัวว่าหนูจะโกรธเอาอีก " เบื้องหลังของฉันมันยาวและน่าเศร้า " หนูพูดขณะที่ มันหันไปทางอลิซแล้วก็ถอนใจเฮือก " จ๊ะยาวจริง ๆ ด้วย " อลิซตอบพร้อมทั้งก้มลงมองหางของหนู อย่างนึกสงสัย " แต่ทำไมเธอถึงบอกว่าเศร้าล่ะ " เธอได้แต่นึกสงสัยเรื่องนี้ตลอดเวลาขณะที่หนูเล่าเรื่อง เพราะเธอไม่สามารถจับใจความอะไรได้เลยสักนิดเดียวอลิซคิด แล้วจู่ ๆเหมือนทำลายความเงียบ " เธอ ไม่ได้ตั้งใจฟังเลย " หนูพูดกับอลิซด้วยเสียงห้วน ๆ " เออ..ขอโทษทีจ๊ะ " อลิซทำเสียงอ่อนหวาน "รู้สึก ว่าเธอกำลังเล่าไปถึงหางขดที่5ของเธอแล้วใช่ไหม ? " "เปล่าสักหน่อย..ฉันไม่ได้ว่าอย่างนั้นสักนิด " หนูพูดพลางลุกขึ้นยืนแล้วเดินจากไป " เธอพูดจาไม่รู้เรื่องอย่างนี้มันเหมือนดูถูกกันชัด ๆ นี่ " " ฉันไม่ ได้ตั้งใจเลย เดี๋ยวก่อนกลับมาเล่าเรื่องให้จบก่อนเถอะ " อลิซร้องเรียกตามหลังมันไป พวกสัตว์ก็พา กันอ้อนวอน " ใช่แล้ว กลับมาเถิด " แต่หนูเอาแต่ส่ายหัวอย่างเหลือทน แล้วก็ยิ่งเดินเร็วขึ้นเดี๋ยวเดียว มันก็เดินลับหายไป แล้วพวกสัตว์ต่าง ๆ ก็พากันทยอยกันกลับออกไปทีละตัว อลิซผู้น่าสงสารเริ่มร้อง ไห้อีกครั้ง คราวนี้เธอรู้สึกเศร้าและเดียวดายอย่างเหลือเกิน แต่สักพักอลิซก็ได้ยินเสียงฝีเท้าแป๊ะๆดังมา ไกล ๆ เธอรีบเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหวังว่าหนูอาจจะเปลี่ยนใจกลับมาเล่าเรื่องของมันให้จบก็อาจ เป็นไปได้
หน้า 1
หน้า 2
หน้า 3(ยังไม่จบ)
แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์