อลิซผจญภัยในดินแดนมหัศจรรย์

ตอน 7..." สนามตีบอลลอดห่วงของพระราชินีโพแดง " ใกล้ทางเข้าสวนมีกุหลาบใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง ดอกบนต้นเป็นสีขาว แต่ข้างล่างมีคนสวนสองคนกำลังง่วน อยู่กับการทาสีแดงที่ดอกกุหลาบสีขาวเหล่านั้น อลิซคิดว่าภาพที่เห็นนี้ช่างประหลาดสิ้นดี เธอเดินเข้าไป ใกล้ ๆ เพื่อจะมองได้ชัดขึ้น แล้วเธอก็ได้ยินเสียงคนหนึ่งพูดว่า " ระวังหน่อย เจ้าสี่ อย่าให้สีกระเด็นโดน ฉันสิ ! " " จะให้ทำยังไงล่ะ ก็แกกระแทกโดนศอกฉันก่อนนี่เจ้าสอง " สองตอบเสียงเศร้า "แกอย่ามาพูด มากชอบโทษคนอื่นเรื่อยดีกว่า เมื่อวานฉันได้ยินพระราชินีตรัสว่าแกสมควรโดนตัดหัวอยู่หยก ๆ ! " สี่ เมื่อได้ฟังดังนั้นก็เหวี่ยงแปลงในมือลงมา " เชอะ...ที่นี่หาความยุติธรรมไม่ได้เลย..." ทันใดนั้นพวกเขาก็เหลือบมาเห็น อลิซที่แอบมองอยู่ จึงชะงักกึก พร้อมกับก้มหน้างุด ๆ " ช่วยบอกหน่อยได้ไหมคะ ว่าทำไม พวกคุณต้องทาสีกุหลาบพวกนี้ด้วยล่ะ " อลิซถามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นกลัวเล็กน้อย สี่ไม่พูดอะไรแต่หันไป มองสอง แล้วสองจึงเริ่มพูดด้วยเสียงต่ำ ๆออกมาว่า " เพราะอะไรน่ะเรอะ คุณหนู ก็มันมีอยู่ว่าที่ตรงนี้ สมควรที่จะมีดอกกุหลาบสีแดง แต่พวกเรากลับปลูกกุหลาบสีขาวแทน นี่ถ้าพระราชินีทรงทราบแล้วละ ก็ เราสองคนก็จะถูกตัดหัวอย่างเดียวเท่านั้นเอง ทีนี้พอจะเข้าใจแล้วใช่ไหมคุณหนู ว่าเรากำลังพยายามกัน อย่างที่สุดก่อนที่พระองค์จะทรงเสด็จมา เพื่อ..." ถึงตอนนี้ สี่ซึ่งกวาดตามองไปรอบ ๆ บริเวณสวนอยู่ ตลอดเวลาก็ร้องขึ้นว่า " พระราชินี ! พระราชินี ! " แล้วคนสวนทั้งสองก็รีบล้มตัวลงนอนคว่ำลงกับพื้น มีเสียงฝีเท้าหลายคู่ดังขึ้น อลิซมองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เห็นพระราชินี ตอนแรกอลิซเห็น ทหารถือดาบยาวเดินเรียงกันออกมาก่อน ทหารพวกนี้รูปร่างเหมือนคนสวนทั้งสองคนไม่มีผิดเพี้ยน คือ ตัวเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบราบ มีมือและเท้าโผล่มาจากมุมทั้งสี่ ต่อมาก็เป็นข้าราชสำนักประมาณสิบ คน ประดับประดาด้วยเครื่องเพชรแวววาว หลังจากนั้นก็เป็นบรรดาเด็ก ๆ เชื้อพระวงศ์ซึ่งมีอยู่ด้วยกันประ มาณสิบคน และต่อมาก็เป็นแขกรับเชิญทั้งหลาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพระราชาและพระราชินี หนึ่งในนั้น อลิซจำได้ไม่ผิดว่าเป็นกระต่ายขาวใส่ถุงมือตัวที่อลิซตามหานั่นเอง แต่มันเดินผ่านไปโดยไม่ได้สังเกตเห็น อลิซ และลำดับสุดท้ายในขบวนแห่อันยิ่งใหญ่นี้ก็คือ พระราชากับ"พระราชินีโพแดง ! "


เมื่อขบวนแห่ผ่านมาถึงตรงหน้าอลิซ ทั้งขบวนก็หยุดลง แล้วพากันจ้องมาที่เธอ พระราชินีเขม้นมองเธออย่างเกรี้ยวกราด " นี่ใครกัน " พระนางหันไปตรัสถาม พวกมหาดเล็ก แต่พวกเขาก็เพียงแต่โน้มตัวคำนับแล้วยิ้มให้พระนาง " ปัญญาอ่อนที่สุด ! " ตรัสเสร็จ ก็ทรงส่ายพระพักตร์อย่างอดรนทนไม่ไหว ก่อนจะหันมาทางอลิซแล้วตรัสถาม " หนูน้อย เจ้าชื่ออะไร " " หม่อมฉันชื่ออลิซเพคะ " อลิซตอบอย่างสุภาพยิ่ง " แล้วเจ้าพวกนั้นมันเป็นใครกัน " พระราชินีชี้ไปทาง คนสวนสองคนที่นอนคว่ำหน้าอยู่ที่ใกล้ ๆ ต้นกุหลาบ " หม่อมฉันจะไปรู้ได้อย่างไรล่ะเพคะ แล้วอีกอย่าง มันก็ไม่ใช่ธุระอะไรของหม่อมฉันเลย " พระราชินีกริ้วจนหน้าแดงก่ำ หลังจากจ้องหน้าอลิซอย่างเขม็ง ด้วยท่าทางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พระนางทรงร้องขึ้นเสียงแหลมทีเดียว " ตัดหัวเธอซะ ! ตัด.... " "เหลวไหล ! " อลิซพูดเสียงดังอย่างมั่นใจ พระราชินีถึงกับทรงอึ้งไปแล้วทรงสะบัดพระพักตร์หนีอย่างไม่ ทรงพอพระทัยก่อนที่จะทรงตรัสกับมหาดเล็กว่า " จับพวกมันพลิกขึ้นมาซิ " มหาดเล็กทำตามรับสั่งอย่าง ระมัดระวัง โดยใช้เท้าเขี่ย " ลุกขึ้น ! " พระราชินีรับสั่ง เสียงของพระนางทั้งแหลมทั้งดัง คนสวนทั้งสอง จึงรีบยืนขึ้นทันที แล้วทำความเคารพ " พวกแกมาทำอะไรที่นี่ " พูดไปพลางแล้วพระนางก็หันไปทางต้น กุหลาบ คนสวนทั้งสองตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนน้อมเต็มที่ " ขอพระราชินีทรงโปรด คือว่าพวกเรากำลัง... " " เข้าใจหละ ! " พระราชินีทรงตรัสขึ้น เพราะระหว่างนั้นพระนางก็สำรวจดูต้นกุหลาบอยู่แล้ว " เอาไป ตัดหัวทั้งสองคน ! " แล้วก่อนที่ขบวนจะเคลื่อนต่อไป พระราชินีก็สั่งให้มหาดเล็กนำมีดดาบอันใหญ่ มาส่งให้กับอลิซ แล้วพูดว่า " พระราชินีทรงมีคำสั่งให้เธอเป็นผู้ทำการตัดหัวเจ้าทั้งสองนั่นเสีย ! "อลิซ รับมีดดาบมาถือไว้อย่างงวยงงเพราะยังนึกอะไรไม่ออก แล้วตอนนั้นคนสวนผู้โชคร้ายทั้งสองก็วิ่งเข้ามา หาอลิซหมายขอความช่วยเหลือ " พวกคุณจะไม่ถูกตัดหัวอย่างเด็ดขาด " อลิซพูดแล้วก็จับทั้งสองใส่ลง ในแจกันใบใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ แถว ๆ บริเวณนั้นพร้อมทั้งได้เอาสีแดงที่คนสวนนำมาทาสีดอกกุหลาบ นั้นป้ายลงไปที่คมดาบ ก่อนที่จะเดินตามขบวนไปอย่างเงียบ ๆ " หัวมันหลุดจากบ่าไปรึยัง " พระราชินี ทรงตะโกนถาม " หัวพวกเขาไม่อยู่แล้วเพคะ " อลิซตอบแล้วยืนเงียบ...." ดีมาก " พระราชินีทรงตอบอย่างอารมณ์เหมือนจะดีขึ้น " แล้วเจ้าเล่นตีบอลลอดห่วงเป็นไหม " พวกทหาร พากันนิ่งเงียบ แล้วหันมามองทางอลิซกันเป็นตาเดียว จึงเห็นได้ชัดว่าคำถามนี้พระนางทรงหมายถึงเธอ " เป็นเพคะ " อลิซตอบ " งั้นมากับเรา " พระราชินีทรงแค่นเสียงตอบมา อลิซจึงเดินเข้าไปในขบวนด้วย ในใจก็อยากรู้เหลือเกินว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีก


" เข้าประจำที่ได้ ! " พระราชินีตะโกนเสียงดังราวกับฟ้าผ่า ทุกคนก็เริ่มวิ่งแตกตื่นไปทุกทิศทุกทาง บ้างก็สะดุดชนกันจนล้มลุกคลุกคลาน แต่เพียงครู่เดียวก็เข้าประจำ ตำแหน่งได้ อลิซคิดว่าเธอไม่เคยเห็นสนามตีบอลลอดห่วงที่ไหนประหลาดเท่านี้มาก่อนเลย เพราะสนามนี้ เป็นหลุมเป็นบ่อเต็มไปหมด ลูกบอลที่ใช้เล่นคือตัวเม่นเป็น ๆ ไม้ตีคือนกฟลามิงโกขายาว ส่วนประตูก็ คือทหารที่ทำท่าสะพานโค้ง ความลำบากประการแรกสำหรับอลิซก็คือการจัดการกับนกฟลามิงโก อลิซอุ้ม ตัวมันขึ้นมาไว้ได้แล้วโดยได้เอาหัวของมันห้อยลงไปที่ข้างล่าง แต่ทุกครั้งที่มันยืดคอออกมาได้ยาวพอ เหมาะและเธอกำลังจะใช้หัวของมันตีเม่น มันกลับบิดคอของมันขึ้นมาแล้วเงยหน้ามองหน้าของอลิซ สีหน้าของมันแสดงถึงความงุนงงซึ่งเมื่อเห็นตรงนี้ อลิซก็อดที่จะหัวเราะคิกไม่ได้ทุกครั้ง แล้วพอเธอ กดหัวมันลงไปได้ และเริ่มจะตีอีกครั้ง เธอก็เป็นอันต้องโมโหใหญ่ เพราะเจ้าเม่นกลับคลายตัวของมัน ออกมาพร้อมกับคลานหนีไป เท่านั้นยังไม่พอ ไม่ว่าเธอจะอุ้มนกฟลามิงโกไปทางไหนก็เจอแต่ร่องกับ คันดิน ส่วนทหารก็เอาแต่ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่อื่นอยู่เรื่อย ไม่ช้าอลิซก็สรุปได้ว่า การตีบอลลอดห่วง ครั้งนี้ช่างเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญเสียจริง ๆ คนเล่นนั้นเล่าต่างก็ลงมือเล่นโดยไม่มีการรอให้ถึงตาของ ตนเอง เถียงกันไปมาน่าเวียนหัว แล้วยังยื้อแย่งตัวเม่นกันอยู่อย่างนั้น เพียงไม่นานพระราชินีก็เกิดกริ้ว ใหญ่ พระนางทรงกระทืบเท้าไม่หยุด พร้อมกับตะโกนว่า " เอามันไปตัดหัว ! " หรือไม่ก็ " เอาเธอไป ตัดหัว ! " อยู่ไม่หยุดหย่อน อลิซชักจะเริ่มรู้สึกว่าหายใจไม่ค่อยทั่วท้องเลยจริง ๆ แน่นอนเท่าที่ผ่านมา อลิซยังไม่เคยทำอะไรขัดใจพระราชินีมาก่อนเลยก็จริง แต่เธอก็รู้ดีว่าเหตุการณ์นั้นอาจเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่ ก็ได้ในไม่นาทีใดก็นาทีหนึ่ง " เมื่อถึงตอนนั้น...ฉันจะทำยังไงได้ล่ะ แล้วคนที่นี่ก็ชอบตัดหัวกันเสียเหลือ เกิน อยากรู้นักว่าจะมีใครรอดชีวิตอยู่ได้บ้าง " อลิซคิดด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยว และขณะที่อลิซกำลังมองหา ทางหนีทีไล่อยู่นั้น อลิซยังนึกสงสัยอยู่ว่าเธอจะแอบหนีไปโดยไม่มีใครทันสังเกตเห็นได้หรือเปล่าเท่านั้น... สักครู่พระราชินีก็ทรงเสด็จมาที่ตรงใกล้ ๆ กับที่อลิซยืนอยู่ และทรงตรัสว่า " เธอมายืนทำอะไรที่นี่ล่ะแม่ หนู เราไปเล่นกันต่อดีกว่า " อลิซพูดอะไรไม่ออกเพราะกำลังคิดที่จะหนีอยู่นั่นเอง แต่ก็เลยจำยอมแล้วเดิน ตามพระราชินีไปตีบอลลอดห่วงต่อ แขกรับเชิญต่าง ๆ ฉวยโอกาสขณะที่พระราชินีไม่อยู่พากันนั่งพักใต้ ร่มไม้ แต่ทันทีที่เห็นพระราชินีเดินกลับมาต่างก็รีบเล่นกันต่อ พระราชินีเพียงแต่ตรัสเปรย ๆ ว่า ใครขืนชัก ช้าให้ระวังหัวไว้ และตลอดเวลาที่เล่นกันนั้นพระราชินีไม่ได้หยุดทะเลาะกับผู้เล่นคนอื่นเลย แล้วก็ยังคง ตะโกนว่า " เอาเขาไปตัดหัว " หรือ " เอาหล่อนไปตัดหัว " อยู่ไม่ขาดปากเหมือนเดิม คนที่ถูกสั่งประหารก็ ถูกทหารมาเอาตัวออกไป ทหารพวกนี้ก็เลยต้องเลิกทำท่าสะพานโค้งชั่วคราว และพอผ่านไปครึ่งชั่วโมง ในสนามก็ไม่มีประตูโค้งเหลือให้เห็นอยู่อีกต่อไป ผู้เล่นคนอื่นนอกจากพระราชา พระราชินี และอลิซ ล้วนถูกคุมตัวไปเพราะถูกคำสั่งประหารกันจนหมด จากนั้นพระราชินีก็หยุดเดิน หันมายืนหอบหายใจ ฮัก ๆๆๆ แล้วตรัสถามอลิซว่า " " เธอได้เจอเต่าหัววัวแล้วรึยัง " " ยังเลยเพคะ หม่อมฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เต่าหัววัวเป็นยังไง " อลิซตอบตามซื่อ " ก็เป็นสิ่งที่เอาไว้ทำซุปเต่าหัววัวไงล่ะ " พระราชินีอธิบาย " หม่อม ฉันไม่เคยเห็น แล้วก็ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลยเพคะ " อลิซว่า " งั้นมานี่ซิ เขาจะเล่าความเป็นมาให้เธอ ฟังเอง " พระราชินีพูด ขณะที่ทั้งคู่เดินไปด้วยกัน อลิซได้ยินเสียงพระราชาพูดเบา ๆ กับทุกคนโดยไม่เจาะ จงว่า " พวกเจ้าทุกคนได้รับอภัยโทษ " " ช่างเป็นข่าวดีเสียจริง ๆ " อลิซรำพึงกับตัวเอง เพราะที่ผ่านมา เธอรู้สึกไม่สบายใจกับบรรดาพวกที่พระราชินีสั่งประหารไปแม้แต่น้อย...

หน้า 1   หน้า 2   หน้า 3 (ยังไม่จบ)


แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์