ปีศาจในขวดแก้ว

ในกาลครั้งหนึ่ง มีคนตัดไม้ที่ยากไร้อยู่ผู้หนึ่ง เขาต้องตรากตรำทำงานหนัก เพื่อดำรงชีวิตที่ ลำบากยากแค้น แต่เขามีลูกชายอยู่คนหนึ่ง และลูกชายของเขาคนนี้นั้นเป็นเด็กที่คล่องแคล่ว และเฉลียวฉลาด ผู้เป็นพ่อจึงไฝ่ฟันว่าเด็กน้อยลูกชายสุดที่รักของเขาคนนี้ควรที่จะได้ศึกษา ร่ำเรียนให้มาก ๆ เพื่อที่ว่าในยามที่เขาเติบใหญ่ขึ้นไปในภายภาคหน้า แล้วจะได้เป็นพ่อค้าวานิช ไม่ต้องมาเป็นคนตัดไม้อย่างเขา รวมทั้งอาจจะได้ช่วยเหลือเลี้ยงดูเขาในยามที่แก่ชราลงจนไม่มี ความสามารถที่จะทำงานเลี้ยงตัวได้แล้วอีกด้วย และจึงด้วยเหตุนี้นี่เองเขาจึงพยายามเก็บสะสม เงินทองของเขาทุกเพนนีเท่าที่เขาจะหามาได้ กระทั่งมากพอที่เขาจะส่งลูกชายให้ไปเล่าเรียนที่ใน เมืองหลวงได้ ส่วนเด็กน้อยลูกชายของเขานั้นก็ตั้งใจ ศึกษาเล่ารียนเป็นอย่างดี สมตามความปรารถนา ของผู้เป็นพ่อ แต่อยู่ต่อมาก่อนที่เขาจะทันได้เรียน จบลงนั้น ผู้เป็นพ่อของเขาก็เกิดล้มป่วยลงอย่างกระทันหัน เงินทองที่ได้เคยส่งไปให้ก็จำเป็นที่จะต้อง ระงับ และก็น่าเสียดายอย่างเหลือเกินที่เด็กน้อยจำเป็นที่ จะต้องเลิกเรียน และได้เดินทางกลับมาที่บ้าน ของเขาอย่างเดิม


เด็กน้อยซึ่งตอนนั้นก็เริ่มที่จะเป็นหนุ่มขึ้นมาหน่อยเมื่อเดินทางกลับมาถึงที่บ้านของเขาแล้ว ผู้เป็นพ่อเมื่อ เห็นหน้าลูกชายก็พูดอย่างเศร้าสร้อยว่า " มันช่างน่าละอายเสียเหลือเกิน พ่อไม่รู้ว่าจะช่วยลูกอย่างไรได้ อีกแล้ว " แต่เด็กหนุ่มเป็นคนที่มีอุปนิสัย และอารมณ์ร่าเริง " อย่าวิตกกังวลไปเลยพ่อ " เขาบอก " เรื่องทั้งหลายคงจะดีขึ้น แล้วพ่อจะเห็น แต่ในช่วงนี้พ่อกำลังไม่สบาย ต้องพักผ่อนให้มาก ๆ ฉันจะเป็น คนทำงานแทนพ่อเอง ฉันจะไปตัดไม้แทนพ่อไง " พ่อของเขาสั่นศรีษะ " นั่นมันไม่ใช่งานสำหรับแก แกคงไม่ สามารถที่จะทำงานหนักอย่างนั้นได้หรอก และนอกจากนั้นเราก็มีแต่ขวานเก่า ๆ อยู่ เพียงเล่มเดียวที่ดูเหมือน จะใช้การอะไรไม่ได้เสียแล้วอีกด้วย และที่สำคัญตอนนี้เราไม่มี เงินพอที่จะไปซื้อขวานเล่มใหม่หรอก" แต่เด็ก หนุ่มไม่ยอมจำนนง่าย ๆ " ถ้าอย่างนั้น พ่อช่วยไปยืมขวานจากเพื่อนบ้านมาสักเล่มหนึ่งนะ จนกว่าฉันจะ หาเงินซื้อสำหรับตัวเองได้ สิพ่อ " ดังนั้น ผู้เป็นพ่อจึงไปออกปากขอยืมขวานจากเพื่อนบ้านมาได้เล่มหนึ่ง


แล้วในรุ่งเช้าของวันรุ่งขึ้น เด็กหนุ่มก็มุ่งหน้าเข้าไปในป่าคนเดียว เขาสามารถทำงานตัดไม้แทนพ่อของเขา ได้อย่างคล่องแคล่ว และเมื่อเขาทำงานไปได้จนกระทั่งจวนจะถึงเวลาเที่ยงแล้ว จึงได้หยุดกินขนมปังที่ได้ เตรียมมาเป็นอาหารมื้อกลางวัน เมื่อกินอาหารเสร็จแล้ว และด้วยเขาเป็นคนที่กระตือรือล้นเกินกว่า จะนั่งพัก อยู่นิ่ง ๆ ได้ เขาจึงเริ่มออกเดินเพื่อหมายจะไปดูรอบ ๆ และทำงานตัดไม้ของเขาต่อ เมื่อเขา เดินลึกเข้าไป ในป่า เขาก็บังเอิญไปเจอะต้นโอ๊กต้นใหญ่เข้าต้นหนึ่ง และด้วยดีใจเขาก็ตั้งอกตั้งใจยก ขวานอันใหญ่ ขึ้นสับลงไปที่โต้นโอ๊กต้นนั้นอย่างแรง แล้วจะเป็นด้วยความแรงและการที่เขาไม่สันทัด กับการทำงานเป็น คนตัดไม้แบบนั้นก็ไม่รู้หละ ขวานอันสำคัญที่เขาได้ให้พ่อของเขาไปขอยืมเพื่อนบ้านมาเล่มนั้น ก็เป็นอันต้อง หักลงเป็นสองท่อนไปในทันที เขาตกใจเป็นอย่างมากจนร้องออกมาด้วยเสียงอันดังเลยทีเดียว " โอ้ย แย่แล้ว ขวาน ขวาน หักออกเป็นสองท่อนเลย ขอยืมเขามาเสียด้วยแล้วจะทำยังไงดีล่ะทีนี้ "


แต่ในทันใดนั้นเอง เขาก็พลันได้ยินเสียงร้องของอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างอู้อี้ดังขึ้นตรงที่ใกล้ ๆ กับบริเวณนั้น เสียงนั้นดังขึ้นฟังคล้ายกับกำลังคร่ำครวญว่า " ช่วยปล่อยข้าออกไปด้วย ช่วยปล่อยข้าออกไปด้วยสิ " เด็กหนุ่มจึงทั้งแหงนหน้า แล้วก็ทั้งก้มลง เหลียวหลังและมองไปข้างหน้า เพื่อมองหาที่มาของเสียงนั้น แต่เขาไม่พบสิ่งใด แล้วเสียงเดิมก็ดังขึ้นมาอีก " ช่วยปล่อยข้าออกไปด้วย " " แกอยู่ที่ไหนล่ะ ฉันมองไม่เห็น " เด็กหนุ่มตะโกนถาม " อยู่ตรงนี้ไง ที่ตรงโคนต้นโอ๊กนี่ไง " มีเสียงตอบมาอีก " ช่วยปล่อยข้าออกไปด้วย กรุณาเถอะ " เด็กหนุ่มจึงเริ่มส่องสายตาไปที่โคนต้นโอ๊กเพื่อค้นหา แล้วในที่สุดเขาก็เห็นขวดแก้วใบหนึ่ง เมื่อเขายกขวดนั้นขึ้นมา ส่องกับแสงสว่าง ก็พบว่าข้างในขวดได้มีสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่ดูคล้าย ๆ กับกบ กำลังกระโดด โลดเต้นอยู่ข้างในขวด " ช่วยปล่อยข้า ออกไปด้วย " สัตว์ตัวนั้นคร่ำครวญออกมาไม่ยอมหยุด


ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงดึงจุกที่อุดปากขวดใบนั้นออก และในทันทีทันใดนั้น สิ่งที่อยู่ข้างในขวดแก้ว ก็ลอยพวยพุ่งออกมาพร้อมกับควันที่หนาทึบ แล้วเมื่อควันได้จางหายไปมันก็ปรากฏตัวและขยายตัว ของมันให้ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น จนปรากฏให้เห็นเป็นร่างของปีศาจร้ายอันน่าเกลียดน่ากลัว ซึ่งความใหญ่ ของมันนั้นก็พอ ๆ กับความใหญ่ของต้นโอ๊กก็ไม่ปานเลยทีเดียว ปีศาจตนนั้นคำรามเสียงกึกก้องจนทำ ให้ต้นไม้ไหวเอนขึ้นสร้าง ความน่ากลัวให้กับมันขึ้นไปอีก " ฮ่า ฮ่า ฮ่า อ้ายเจ้าเด็กโง่ เจ้ารู้หรือเปล่าว่า เจ้าจะได้รับผลตอบแทนอย่างไรที่ ปลดปล่อยให้ข้าออกมาเป็นอิสระอย่างนี้แล้วน่ะ ฮ่า ๆๆๆ เหอ ๆๆๆ " เด็กหนุ่มเมื่อได้ฟังดังนั้น ก็ได้ตอบมันไปอย่าง อาจหาญโดยไม่คิดกลัวเกรงเจ้าปีศาจร้ายเลยสักนิดว่า " ถ้าแกไม่บอก แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรล่ะ อ้ายบ้า !!"


" ถ้าเช่นนั้น ข้าจะบอกให้เจ้ารู้เดี๋ยวนี้เลย เหอ ๆๆๆ" เจ้าปีศาจส่งเสียงหัวเราะเยาะอย่างมุ่งร้าย แล้วพูด ออกมาอีกว่า " คือข้าก็จะหักคอเจ้าแล้วก็จะจับโยนใส่ปากแล้วกินเสียอีกด้วยหละ " พอพูดจบมันยังได้ เอื้อมมืออันใหญ่ของมันมาจับตัวของเด็กหนุ่มเอาไว้หมายจะทำอย่างที่มันพูดจริง ๆ แต่เด็กหนุ่มทั้ง ๆ ที่ต้อง เป็นอันลอยอยู่ในอากาศเพราะถูกมันยกขึ้น แต่เขากลับพูดอย่างสงบและมั่นคงว่า " แกควรจะ บอกข้าเร็ว กว่านี้นะ ถึงอย่างไรแกก็อย่างหวังว่าข้าจะใส่ใจกับคำพูดของแก เราคงต้องตกลงกันใหม่ เสียแล้ว " เด็กหนุ่ม วางข้อคิด " ไม่มีข้อตกลงบ้าบอใหม่หรอก " ปีศาจร้ายบอก " เจ้ารู้หรือเปล่าว่าข้าถูก ขังอยู่ในขวดนี่หลายสิบปี มาแล้ว เมื่อก่อนข้าคือผู้ที่ยิ่งใหญ่ แต่ใครก็ตามที่ปลดปล่อยข้าออกมา จะต้อง ตายด้วยน้ำมือของข้า เข้าใจไหม !! อ้ายเด็กโง่ " พูดจบมันก็เตรียมที่จะยกเด็กหนุ่มโยนเข้าปากของมันทันที


" เดี๋ยวก่อน !!" เด็กหนุ่มท้วง " แกว่าแกถูกขังอยู่ในขวดเล็ก ๆ นั่นเหรอ แต่ที่ข้าเห็นอยู่ชัด ๆ นี่ว่า รูปร่าง ของแกไม่น่าจะเข้าไปอยู่ในขวดเล็ก ๆ นั่นได้เลย แกพูดโกหกหรือเปล่า " เจ้าปีศาจเมื่อได้ยินอย่างนั้น ก็ถลึงตาอย่างน่ากลัวแล้วตวาดลั่นว่า " เป็นความจริง...ว้อย " มันยืนยัน " ข้าเข้าไปได้ เจ้าคอยดูนะ ข้า จะแสดงให้เห็นชัด ๆ มองกันหลัด ๆ เลยว่ามันเป็นไปได้อย่างไร ดูนะ" ว่าแล้วมันก็ย่อร่างของมันให้เล็กลง และกลับเข้าไปทางปากขวดอย่างรวดเร็วเหมือนกับมันได้ออกมาในตอนแรก เด็กหนุ่มเมื่อเห็นอย่างนั้น และ ด้วยความไว เขาจึงคว้าเอาจุกมาอุดปากขวดเอาไว้อย่างเดิมโดยเร็ว


เหมือนเสียรู้เข้าอย่างเต็มเปาเลยทีเดียว เจ้าปีศาจในขวดแก้วจึงหันมาร้องอ้อนวอนอย่างน่าสงสารว่า " กรุณาปล่อยข้าออกไปด้วย กรุณาเถอะ ปล่อยข้าออกไปด้วย " เด็กหนุ่มบอกว่า " ไม่ได้ แกไม่มี ทางที่ จะมาเล่นตลกกับข้าอีกเป็นหนที่สองอย่างแน่นอน " เจ้าปีศาจร้ายรีบต่อรอง " ถ้าเจ้าจะปล่อยให้ ข้าเป็น อิสระ ข้าขอสัญญาว่า จะให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจ้าต้องการและปรารถนา ไปตลอดชีวิต " เด็กหนุ่ม เมื่อได้ ฟังดังนั้นก็หัวเราะใหญ่ แล้วพูดว่า " หากข้าปล่อยแกให้เป็นอิสระ แกก็คงจะขี้โกงข้าเป็นครั้งที่สอง อย่างที่แกเคยทำอีกนั่นแหละ ข้าไม่เชื่อหรอก " ปีศาจร้ายคร่ำครวญใหญ่เลยคราวนี้เมื่อเห็นว่าท่าทีของ เด็กหนุ่มเหมือนจะไม่ยอมปล่อยเข้าอย่างนั้น " ข้าสาบาล... สาบาล จริง ๆ ถ้าเจ้าปล่อยข้าอีกหน เมื่อ ข้า ได้ออกไป ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้าเลย และจะตอบแทนให้มากยิ่งกว่าที่เจ้าจะสามารถฝันได้เลยทีเดียว ทำไม เจ้าถึงไม่รีบลองคว้าโอกาศนี้ไว้ล่ะ !! น่าเสียดายนะ เพราะข้าสำนึกได้แล้วจริง ๆ ไม่โกหกหรอก " เด็กหนุ่ม ครุ่นคิดอยู่ในใจ " เอาละ...บางทีมันอาจจะหมายความตามที่มันพูด หรืออาจจะไม่ก็ได้ แต่ฉัน ก็พร้อมที่จะรีบ มือกับมัน มันคงไม่สามารถมาเล่นลูกไม้กับฉันได้ "


ดังนั้นเขาจึงดึงจุกที่ปิดฝาขวดออกอีกครั้ง เจ้าปีศาจร้าย ลอยพุ่งออกมาอย่างดีใจแล้วขยาย ร่างให้ใหญ่ขึ้นอย่างเดิมเหมือนกับครั้งแรก มันบิดขี้เกียจอย่างมีความสุข ก่อนที่จะก้มลงมามอง เด็กหนุ่ม แล้วเนรมิตหีบสมบัติที่มีของมีค่ามากมายหีบใหญ่ให้กับเด็กหนุ่ม ก่อนที่จะ พูดว่า " นี่คือสิ่งตอบแทนสำหรับเจ้าตามที่ข้าได้สัญญาไว้ " แล้วมันยังได้ยื่นผ้าชิ้นเล็ก ๆที่ดูคล้าย ๆ กับผ้าพันแผลให้อีกด้วย " ผ้าผืนนี้หากเจ้าเอาปลายผ้าข้างหนึ่งแตะลงที่บาดแผล บาดแผลนั้น ก็จะหายสนิท โดยฉับพลัน และถ้าจะเอาปลายอีกข้างหนึ่งสัมผัสกับโลหะหรือเหล็ก วัตถุนั้นจะ กลายเป็นเงิน " " ขอให้ข้า พิสูจน์ดูก่อน " เด็กหนุ่มว่า เขาเอาขวานเล่มที่เขาได้ทำมันหักเป็นสองท่อน นั้นมา แล้วเอาปลาย ผ้าลงสัมผัส แล้วเป็นเหมือนอัสจรรย์ขวานที่หักกลางของเขานั้นก็กลับมาต่อ กันจนสนิทเหมือนของใหม่ ๆ ก็ ไม่ปานเลยทีเดียว " เอาหละ เราแยกทางกันได้แล้ว นับว่าเป็นสิ่งตอบ แทนที่วิเศษมาก และข้าก็ขอขอบคุณ แกด้วยนะ " เด็กหนุ่มพูด " ข้าก็ขอขอบคุณเจ้าเช่นกัน " ปีศาจร้าย ว่า แล้วมันก็หายวับไปกับตา


เด็กหนุ่มเมื่อกลับมาถึงที่บ้าน เขาได้ยกหีบสมบัติมาให้พ่อที่นอนเจ็บอยู่ดู " ดูนี่สิ พ่อ นับแต่นี้ไป พ่อจะสุขสบาย และจะได้ทุกสื่งที่พ่อต้องการ " พ่อตกใจมากจึงพูดว่า " นี่แก ว่าแต่ว่า แกไปเอา เงินทอง มากมายเหล่านี้มาจากที่ไหน ? แกไปทำอะไรมา !!" ลูกชายจึงเล่าเรื่องที่ตนได้ไปพบกับปีศาจ ในขวด แก้วมาให้ฟัง " พ่อรู้มั้ย " เขากล่าวเสริม " หากเรารู้จักเลือกโอกาสเหมาะ ๆ ละก็ ทุกสิ่ง ทุกอย่างจะ เป็นไปด้วยดี " ถึงเวลานี้เด็กหนุ่มก็สามารถกลับไปเล่าเรียนต่อที่วิทยาลัยได้จนจบ นอก จากนี้ด้วย ความช่วยเหลือของผ้าวิเศษ เขาจึงสามารถรักษาบาดแผลทุกชนิดให้หายได้อย่างมหัศจรรย์ แล้วได้ กลายเป็นแพทย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกไป..ว่ามาว่าอย่างนี้แหละ...

END

แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์