เจ้าชายกบ


เจ้าชายกบ....ถือเป็นนิทานอมตะคลาสสิคอีกเรื่องหนึ่ง ที่แต่งขึ้นโดยจาค็อบ(Jacob Grimm)และวิลเฮล์ม (Wilheim Grimm)สองพี่น้องตระกูลกริมม์ที่แต่งนิทานดังติดคู่มาพร้อมกันกับนิทานเรื่องซินเดอเรลล่า มีหลายคน ที่รู้จักเรื่องของเจ้าชายกบนี้เป็นอย่างดี อาจเป็นเพราะเนื้อหาที่ชวนให้ใครที่อ่านแล้วเกิดความสงสารเจ้าชายที่ถูกสาป ให้กลายเป็นกบต่างก็เอาใจช่วยอยู่ตลอด และด้วยเนื้อหาที่ทำให้คนอ่านสามารถยิ้มได้นี่เอง ที่อาจจะทำให้นิทานเรื่อง นี้ไม่หายไปจากความทรงจำของคนอ่านและเด็ก ๆ ทั้งหลายทั่วโลกนั่นเอง....ทีนี้เราก็มาเริ่มกันเลยนะคะ


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชาพระองค์หนึ่งทรงปกครองบ้านเมืองของพระองค์ ด้วยทศพิธราชธรรม นำความเจริญ ความสงบสุขมาสู่ประชาชนของพระองค์โดยถ้วน หน้า พระองค์ทรงมีพระธิดาอยู่พระองค์หนึ่ง ซึ่งว่ากันว่าทรงมีความงามอันล้ำเลิศ ผู้ใด ได้เห็นมักจะตะลึงงัน ไม่เป็นอันทำสิ่งใดต่อไปได้เลย ต่างก็จะตะลึงกับพระพักตร์รูปไข่ หวานละมุน พระขนงเรียวสวย ดวงพระเนตรยาวรีดังกวางป่า พระนาสิกเชิดรั้น โอษฐ์ สีระเรื่อตามธรรมชาติ เรือนร่างโปร่งระหงหากแต่กลมกลึงชวนมองไปเสียทุกสิ่งทุกอย่าง.... และด้วยการที่ทรงมีความสวยงามล้ำเลิศ อย่างนี้นี่เอง พระธิดาจึงทรงเป็นที่หมายปองของเหล่า บรรดาเจ้าชายและพระราชาตามหัวเมือง และแว่นแคว้นน้อยใหญ่ที่ได้ยินและได้ฟังคำล่ำลือ ในความงามของพระองค์เข้า ดังนั้นในทุก ๆ วันจึงได้มีเจ้าชายและพระราชาเสด็จเข้ามาเสนอตัวขอ พระธิดาอภิเสกสมรสไม่เว้นในแต่ละวันเลยทีเดียว แต่พระธิดาคนงามนั้น ก็ไม่เคยเลยที่จะถูกตาต้องใจ หรือพอพระทัยในพระราชาองค์ใดหรือเจ้าชายองค์ใหนเป็นพิเศษเลยสักพระองค์เดียว ดังนั้นพระราชา ผู้เป็นพระบิดาจึงให้เป็นต้องหนักพระทัย กับการเลือกคู่ครองของพระธิดาองค์น้อยคนงามองค์นี้ของ พระองค์เป็นอย่างมาก


แล้ววันเวลาก็ผ่านไป...อยู่มาในวันหนึ่ง...พระธิดาทรงได้รับจดหมายอันน่าฉงน ที่ชวนให้พระองค์สนใจ มันเป็นอย่างมาก ลงนามว่าส่งมาจากเจ้าชายที่อยู่ต่างเมืองอันไกลโพ้น พร้อมกับกล่องของกำนัลอันใหญ่ ซึ่งในกล่องของกำนัลนั้น ได้มีลูกบอลทองคำที่สวยงามมากอยู่ลูกหนึ่ง แล้วมันก็เป็นสิ่งที่ถูกตาต้องใจของ พระธิดาเธอเป็นอย่างมาก...ในจดหมายนั้นมีเนื้อความที่จารึกไว้ทำนองฝากรักกับพระธิดาว่า
" ข้าแต่พระธิดาผู้เป็นดวงใจของหม่อมฉัน เมื่อถึงเวลาบรรทมของพระองค์แล้ว จงกอดลูกบอลทองคำ ลูกนี้เอาไว้ แล้วพระองค์จะได้เห็นหม่อมฉันออกมาปรากฏกายในนิมิตฝันของพระองค์ เพื่อบอกขอ พระองค์อภิเสกสมรส....
ในจดหมายนั้นได้ลงนามในตอนท้ายว่า...จากเจ้าชายที่อยู่ในแดนไกล...เมื่ออ่าน จดหมายจบลง พระธิดาก็หันกลับไปจ้องมองเพ่งพินิจพิจารณาลูกบอลทองคำลูกนั้นอย่างไม่วางตาเป็นเวลา นานเลยทีเดียว


และในคืนวันนั้นพระธิดาผู้เลอโฉมจึงทรงบรรทม และกอดลูกบอลทองคำที่สวยงามลูกนั้นเอาไว้กับอกของพระองค์ แล้วหลับไหลลงไปบนแท่นบรรทมเหมือนในทุก ๆคืนที่ผ่านมา...แต่ในค่ำคืนนี้พระองค์ได้นิมิตเห็นว่าได้มีเจ้าชายผู้สง่า งามจนหาที่ติมิได้เลยพระองค์หนึ่ง ออกมาปรากฏกายที่ตรงหน้า...แล้วบอกขอให้พระองค์ยอมเป็นพระชายา และยอมตก ลงใจเลือกเจ้าชายให้เป็นคู่อภิเสกสมรสเสียเถอะ...ในนิมิตฝันนั้นพระธิดาทรงยินดีและบอกตอบรับรักของเจ้าชาย อย่างเต็มใจและยินดีเป็นอย่างมาก...แล้วพระองค์ก็ทรงสะดุ้งและตื่นขึ้นมาอย่างกระทันหัน


"ทำไมถึงได้เป็นเจ้าชายที่ทรงมีความงดงาม และมีสเน่ห์ถูกใจฉันไปหมดทุกอย่างเสียเหลือเกินนะ " พระธิดาน้อยผู้ ที่ไม่เคยเลยที่จะทรงพอพระทัยหรือนึกรักใคร่ในชายใดมาก่อนเลยนั้น... บัดนี้และตอนนี้พระองค์กำลังตกอยู่ในความรัก และก็กับเจ้าชายในความฝันผู้นั้นเข้าให้เสียแล้วสิ...แล้วหลังจากคืนนั้นมา ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปวันแล้ววันเล่า ในทุก ๆ คืนทุก ๆ วันพระธิดาจะเฝ้าใจจดใจจ่อรอคอยว่า ทำไมช้าจัง และเมื่อไหร่ที่จะถึงเวลาบรรทมของพระองค์เสียทีเลยทีเดียว.... และแล้วในคืนวันหนึ่งเจ้าชายในความฝันสุดที่รักก็ได้พูดบอกเหมือนเป็นเชิงขอร้องกับพระธิดาว่า.....


" พระธิดาสุดที่รักของหม่อมฉัน พรุ่งนี้ในตอนเช้า พระองค์จงนำลูกบอลทองคำลูกนี้ลงไปที่อุทยาน แล้ว ให้โยนมันเล่นไปรอบ ๆ สระน้ำอย่าได้หยุด " และในตอนรุ่งเช้าเมื่อพระธิดาตื่นบรรทมขึ้น พระองค์จึงลงไปที่อุทยาน โดยถือลูกบอลทองคำไว้ในมือ พระองค์ทรงเพลิดเพลินกับการโยนมันไปรอบ ๆ สระน้ำตามที่เจ้าชายได้บอกขอร้อง พระองค์ไว้...แต่ขณะที่ยังวนไปไม่ครบรอบเลยในกลางครัน พระธิดาก็เปลี่ยนใจหันมาโยนมันขึ้นไปในอากาศ แล้วก็คอยรับมันเอาไว้ในเวลาที่มันจะตกลงมา แต่ต่อมาสักครู่เมื่อพระองค์ได้โยนลูกบอลทองคำขึ้นไปจนสูงมาก แล้วขณะที่พระองค์กำลังจะยื่นพระหัตถ์ของพระองค์ออกไปรับมันเข้าเท่านั้น....


อยู่ ๆ ในฉับพลันทันใดนั้นเอง....ก็ได้มีค้างคาวสีดำทมึนตัวใหญ่มากตัวหนึ่ง กางปีกบินร่อนถลาโฉบลงมา ที่เหนือพระเกศาของพระองค์ ด้วยความเร็วเป็นอย่างมาก แล้วมันก็กระพือปีกกางตบให้ลูกบอลทองคำลูกนั้น กระดอนตกลง แล้วพลัดหล่นลงไปสู่สระน้ำที่อยู่ในอุทยานนั้น เจ้าค้างคาวเมื่อมันตบลูกบอลทองคำหล่นไปแล้ว มันก็ยังสำรอกออกมาว่า " แก๊กๆๆๆ..เหอๆๆๆแค่นี้เองก็หมดห่วงสบายใจไปได้อีกวาระหนึ่งแล้ว เหอๆๆๆ " ก่อนที่ มันจะบินหายลับไปจากที่ตรงนั้น... และแล้วในที่สุดลูกบอลทองคำก็จมดิ่งหายลงไปสู่ก้นสระทันที แล้วน้ำในสระ นั้นก็ลึกมากจนเกินกว่าที่ใครจะลงไปงมหาได้ พระธิดาทรงทำได้แต่อย่างเดียวตอนนี้ก็คือทรงกันแสงเพราะ เสียดายลูกบอลทองคำอันเป็นที่รักลูกนั้นอยู่ที่ตรงริมสระน้ำได้แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้นเอง...


พระธิดาได้แต่ชะเง้อมองลงไปในสระน้ำ แต่สระน้ำนั้นก็ลึกเหลือเกินลึกจนพระองค์มองไม่เห็นก้นสระ จึงได้แต่คร่ำครวญและร้องว่า " โอ...ลูกบอลทองคำสุดที่รักของฉัน ขอเพียงฉันได้เธอคืนมา ฉันยินดีที่จะแลก ด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์เนื้อดี อัญมณีเครื่องประดับ และทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันมี " และในขณะที่ทรงกันแสง อยู่นั้น ก็ปรากฏว่ามีกบตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ แล้วมันก็ได้เอ่ยถามพระธิดาว่า " เกิดอะไรขึ้นกับ พระองค์หรือพระเจ้าข้า องค์หญิง ?? " พระธิดาจึงมองหาต้นเสียง และพอเห็นว่าเป็นเจ้ากบตาใส เท่านั้นก็ทรงตอบว่า " ลูกบอลทองคำของเราน่ะสิ หล่นหายไปในสระน้ำนี่ " พลางชี้ไปที่สระน้ำข้างหน้า


เจ้ากบตาใสเมื่อได้ฟังดังนั้นก็ยิ้มหวานทีเดียวเท่าที่มันจะทำได้ และพูดปลอบว่า " อย่ากังวลเลยพระเจ้าข้า หม่อมฉันจะนำลูกบอลทองคำนั้นขึ้นมาให้องค์หญิงเอง แต่มีข้อแม้ว่า องค์หญิงจะต้องรับหม่อมฉันเป็นเหมือน คนรัก และจะยอมให้หม่อมฉันได้ร่วมชีวิตกับพระองค์ได้กินอาหารจากจานทองคำเล็ก ๆ ร่วมกัน และนอน บนเตียงน้อย ๆ ร่วมกันกับพระองค์อีกด้วย แล้วหม่อมฉันก็ยินดีที่จะลงไปเอาลูกบอลทองคำนั้นขึ้นมาให้... " "ช่างเป็นกบที่เหลวไหลเสียจริง " พระธิดาครุ่นคิดอยู่ในใจ " แต่เขาเป็นกบนี่คงไม่สามารถที่จะออกไปจาก สระนี่ได้หรอก แต่ถึงกระนั้น เขาก็อาจที่จะช่วยเอาลูกบอลทองคำสุดที่รักของฉันขึ้นมาจากก้นสระน้ำนี้ได้ ฉันจะแกล้งรับปากตามที่เขาขอดู "



หน้า 1   หน้า 2   หน้า 3

แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์