เจ้าชายกบ

แต่ขณะที่ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะลงเอยอย่างสวยงามอยู่ตรงนี้แล้วนั้น...พลันก็บังเกิด มีเสียงร้องของสัตว์ร้ายชนิด หนึ่งดังขึ้นมาแต่ไกล " แก็ก ๆๆๆ " แล้วทันทีทันใดนั้น ประตูหน้า ต่างของห้องบรรทมก็โดนลมกระแทกเปิดอ้า ออกมาเหมือนตั้งใจ...แล้วเงาดำดำก็บินโผโฉม เข้ามาสู่ภายใน เงานั้นกางปีกบินล่อนถลาโฉบไปมา แล้วมันก็ บินไปเกาะห้อยหัวต่องแต่งอยู่ที่ โคมไฟอันใหญ่ที่ห้อยระย้าอยู่ตรงกลางห้องบรรทมทันที ใช่แล้วมันเป็นแม่มด ที่อำพลางร่างเป็น ค้างคาวปีศาจตัวนั้นตัวที่เคยแกล้งกระพือปีกตบลูกบอลทองคำของพระธิดาให้ตกลงไปใน สระน้ำ นั่นเอง...."เหอ ๆๆๆ นางพระธิดา...มาเป็นตัวมารขวางทางข้าอีกแล้ว เห็นทีจะอภัยให้ไม่ได้เสียแล้ว หละ วันนี้เตรียมตัวตายได้เลย...เหอ ๆๆๆ " มันพูดแบบอาฆาตออกมาแล้วยังแถมเขม็งตาจ้องมองอย่างโกรธแค้น....


ส่วนเจ้าชายเมื่อเห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปยืนข้างหน้ากำบังพระธิดาเอาไว้ทันที... " อย่าทำอะไรพระธิดาของข้านะ...คราวนี้ ถึงเวลาที่จะต้องสั่งสอนเจ้าให้เข็ดหลาบ และราบคาบเสียที " แล้วเจ้าชายก็ชักดาบของพระองค์ออกมาจากฝัก พร้อม กับยก ชูขึ้นเพื่อเตรียมที่จะต่อสู้...ทันทีนั้นเจ้าค้างคาวผีก็หมุนตัวตีลังกาลงมาหนึ่งตลบก่อนที่ จะบรรดาลให้มีกลุ่มควันลอย คลุ้งกระจายออกมาจนทั่วบริเวณนั้นทั้งหมด แล้วสักครู่ ท่ามกลางกลุ่มควันที่คลุ้งกระจายนั้น ก็ปรากฏเป็นร่างของ มังกรยักษ์หน้าตาดุร้ายมาก ตัวหนึ่งย่างสามขุมออกมา มันเดินมาหยุดยืนจังก้าอยู่ต่อหน้าเจ้าชายและพระธิดา แล้วส่าย หัวไปมาพร้อมกับพูดว่า " ก้าวว์ว์..เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วก็เตรียมตัวตาย และเป็นอาหารของข้า เสียทั้งสองคนนั่นแหละ... เหอ ๆๆๆๆ..ก้าวว์ว์.. "


พอสิ้นเสียงคำรามของมันจบลง เจ้าชายก็ตรงเข้าเหวี่ยงดาบลงไปหวังจะฟันไปที่หางของมัน แต่เจ้ามังกร ด้วยความไวมันหมุนตัวกลับ แล้วแลบลิ้นที่ยาวเหมือนงูของมันออกมาม้วนพันไป ที่ดาบของเจ้าชายอย่าง เหนียวแน่น จนพระองค์นั้นไม่สามารถที่จะขยับพระวรกายของพระองค์ ไปตรงไหนและทางไหนได้เลยสักน้อยนิด... " อ๊ะ.." เจ้าชายอุทานออกมาอย่างร้อนรนและตกพระทัย แต่พระองค์ก็พยายามที่จะฝืนขยับพระวรกายเพื่อ ให้หลุดลอดพ้นออกมาให้จงได้....แต่ก็เป็นเหมือน กับว่ายิ่งพระองค์ฝืนและขยับ มันก็กลับยิ่งติดแน่นเข้าไปทุกที แน่นเข้าไปทุกทีเลยทีเดียวก็ว่าได้....


เจ้ามังกรร้ายนั้นด้วยมันหมายที่จะกินทั้งเจ้าชายและพระธิดาให้ได้พร้อม ๆ กันทีเดียวนั้นเลย มันจึงพยายาม อ้าปากให้กว้างที่สุดเท่าที่มันจะทำได้ จนแลเห็นเคี้ยวที่แหลมคมอันน่าสะพึง กลัวของมันเลยทีเดียว แล้วมันยังพยายาม ดึงตัวของมันให้เข้ามาใกล้ ๆ กับทั้งสองที่ละนิด... ทีละนิด....ประชิดเข้าไปเรื่อย ๆ....ส่วนพระธิดานั้นยืนอยู่ที่ด้าน หลังของเจ้าชายที่กำลังโดนเบียด เข้าไปจนติดชิดอยู่กับข้างแท่นบรรทมของพระธิดา และในทันทีนั้นพระธิดาก็ทรง นึกขึ้นมาได้ว่าที่ บนแท่นบรรทมของพระองค์นั้นได้มีลูกบอลทองคำวางอยู่ และด้วยความไวพระธิดาก็เอื้อมพระหัตถ์ ของพระองค์ออกไปจับลูกบอลทองคำเอาไว้แน่น แล้วรวบรวมพลังที่พระองค์มีอยูทั้งหมดเขวี้ยง ลูกบอลทองคำตรง เป้าเป๋ง เข้าไปอยู่ในปากของเจ้ามังกรร้ายทันที....ลูกบอลทองคำเมื่อเข้าไปอยู่ ในปากของมังกรแล้วก็ค่อย ๆ ขยายตัว ขึ้นเหมือนลูกโป่งพองลมก็ไม่ปาน และในที่สุดมันก็พองโตขึ้น ด้วยความไวจนใหญ่โต แน่นจนคับคอของเจ้ามังกรร้าย เลยทีเดียว " โอ๊ะ ก้าวว์ว์.. หายใจไม่ออก คุ...คุ.."


มังกรร้ายด้วยความทรมานและตกใจมันจึงส่ายหัวไปมา หมายสบัดให้ลูกบอลทองคำกระเด็น ออกไปจากปากของมัน ให้ได้ แต่อาการนั้นเป็นผลให้ดาบที่มันได้ใช้ลิ้นม้วนพันเอาไว้นั้น เป็น อันต้องกระเด็นกระดอนออกไป และไปตกลง อยู่ที่พื้นใกล้ ๆ กับที่เจ้าชายกำลังล้มคุกเข่าอยู่ ดังนั้นพระองค์จึงรีบคลานเข้าไปฉวยเอาดาบของพระองค์ขึ้นมา แล้วทันที ทันใดนั้นก็ได้กระโดด ตรงเข้าเสียบปลายดาบแทงลงไปที่คอหอยของเจ้ามังกรร้ายอย่างเต็มแรง เสียงสนั่นดัง " จึ๊ก " และ ตามมาด้วยเสียงร้องของเจ้ามังกรร้าย " ก้าวว์ว์.. ก้าวว์ว์.. " มันต้องล้มตัวนอนลงยาวเหยียด และส่งเสียงร้องโหยหวน อยู่พักใหญ่ก่อนที่ร่างกายอันแสนที่จะน่าเกียจของมัน จะค่อย ๆ ละลาย กลายเป็นขี้เถ้าและจางหายไปกับลมที่พัดโชย มาจากทางหน้าต่างของห้องบรรทมทั้งหมด จนไม่ เหลืออะไรทิ้งไว้ให้เห็นเป็นซากเพื่อจะไว้ได้ดูเลยสักน้อยนิด...........


" ต่อแต่นี้ไป...ขอให้สิ้นเวรสิ้นกรรมที่มีต่อกันเสียที..." เจ้าชายพูดแล้วก็ตรงเข้าไปโอบกอด พระธิดาเอาไว้กับอก แล้วทูลว่า " พระธิดาของหม่อมฉัน ลูกบอลทองคำลูกนั้นเป็นของที่มี อำนาจและพลังอันมหัศจรรย์ที่หม่อมฉันได้รับมา จากเทพธิดาที่อยู่ในสรวงสวรรค์ ต่อแต่นี้ ไปทุกคนคงจะหมดทุกข์หมดโศรกกันเสียที...แล้วตอนนี้..หม่อมฉัน... ยังไม่ได้รับคำตอบตกลง จากองค์หญิงเลยว่า จะยอมเป็นชายาของหม่อมฉันได้ไหม ? " พระธิดาทรงขวยอาย ก่อนที่ จะพยักหน้ารับ แล้วทูลเจ้าชายว่า " เพคะ...หม่อมฉันเต็มใจและยินดีอย่างที่สุด..." แล้วทั้งสอง ก็ทรงให้คำมั่นสัญญา ต่อกันว่าจะร่วมมือร่วมใจกันใช้ชีวิตอย่างมีความสุขร่วมกันตราบนาน เท่านาน....ชั่วนิรันดร์


และในวันรุ่งขึ้น เมื่อพระราชาทรงทราบเรื่องราวทั้งหมด ก็ทรงอนุญาตให้ทั้งสองพระองค์อภิเสกสมรสกัน แล้ว ทั้งสองพระองค์ก็เดินทางไปยังเมืองของเจ้าชายครองรักครองเรือนกันอย่างมีความสุข ...และก็เห็นที ว่าคงจะต้องจบสิ้น ตำนานของเจ้าชายกบในคราวนี้เองนะคะ.....คติสอนใจที่เหมาะกับนิทานเรื่องนี้...ก็คงจะมีอยู่ที่ว่า...

คนเราควรคิดก่อนพูด เพราะหลังจากพูดแล้ว เราจะตกเป็นทาสมัน และถ้าเราไม่ทำตามคำพูดนั้น เราก็จะกลายเป็นคนที่ตระบัดสัตย์คบไม่ได้นั่นเอง....





หน้า 1   หน้า 2   หน้า 3


แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์