สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด

" ดูอย่างไรเราก็ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอได้ตายลงไปเสียแล้ว เธอเหมือนแค่แต่เพียงหลับไหลลงไปเท่านั้น เองไม่น่าเชื่อเลยว่าจะตายอย่างที่ว่า.." พระองค์ทรงตั้งใจที่จะนำร่างอันสวยงามนี้นั้นไปเก็บรักษาไว้ที่ใน เมืองของพระองค์เองเสียจะดีกว่าที่จะปล่อยไว้ในป่าอย่างนี้ ตอนแรกคนแคระทั้งเจ็ดนั้นก็ต่างคัดค้าน เป็นเสียงเดียวกันและไม่ยอม แต่เมื่อพวกเขาเห็นความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวของเจ้าชายจึงตกปากอนุ ญาตให้ทั้ง ๆ ที่อาลัยอาวรณ์สโนไวท์อย่างเหลือเกินก็ตามทีเถอะ


เจ้าชายจึงสั่งให้ทหารที่ติดตามพระองค์มาด้วยนั้นยกโลงศพแก้วของสโนไวท์นั้นกลับเมืองของพระองค์ แต่ระหว่างทางที่ขรุขระทหารที่ขนโลงศพคนหนึ่งเกิดสะดุดหินและล้มลง โลงแก้วเอียงกระแทกลงกับพื้น จึงเป็นผลให้เศษแอปเปิ้ลที่ค้างอยู่ในหลอดลมของสโนไวท์นั้นเกิดกระเด็นออกมาในทันที ดังนั้น สโนไวท์ จึงได้รู้สึกตัวและฟื้นขึ้นมา เจ้าชายทรงดีพระทัยมาก รีบหยุดม้าและอุ้มสโนไวท์ออกจากโลง แก้ว สโนไวท์ เองพอเห็นหน้าเจ้าชายก็ตกหลุมรักทันทีเช่นกัน แต่เธอก็ได้สงวนท่าทีไว้ และตรัสถาม เจ้าชายว่า....


" ท่านเป็นใครคะ และกำลังจะพาฉันไปที่แห่งใด " " เราเป็นเจ้าชายหลงเข้ามาในป่าแห่งนี้ ได้มาเจอเธอก็ นึกรัก จึงขอร่างเธอจากพวกคนแคระทั้งเจ็ด เพื่อนำไปไว้ที่วังของเราแต่ตอนนี้เธอก็รู้สึก ตัวแล้ว ฉันใคร่อยาก ขอเธอแต่งงาน เธอจะว่าอย่างไรจ๊ะ " ดวงแก้มสีชมพูปลั่งของสโนไวท์นั้นพลัน กลายเป็นสีแดงเข้มขึ้นด้วยความอาย แล้วก็เงียบไป เจ้าชายจึงถือเอาอาการนั้นเป็นคำตอบตกลง ทั้งสองพระองค์จึงรีบรี่เข้าพระนคร และต่อมาก็ได้ จัดงานอภิเษกสมรสขึ้นในทันที และสิ่งเหล่านี้ นั้นก็ไม่อาจที่จะพ้นไปจากสายตาของกระจกวิเศษของนางแม่มด ไปได้อีกอย่างแน่นอนเสียด้วยสิ


เมื่อนางแม่มดผู้หลงไหลในความงามไปถามกระจกวิเศษอีกครั้งว่า " โอ...กระจกวิเศษ บอก ข้าเถิด บัดนี้ใครที่เป็นผู้ที่งามเลิศในปฐพี " กระจกวิเศษนิ่งไปเพื่อสำรวจสาวงามทั่งหล้า แล้วมัน ก็ตอบแบบ ชัดถ้อยชัดคำว่า " โอ...งามเลิศกว่าใครในตอนนี้ ไม่เห็นมีใครเกินพระราชินีสโนไวท์ พระองค์สวยสง่า ในชุดพระราชินีของเจ้าชายหนุ่มรูปงาม " เท่านั้นเอง ความคั่งแค้นในใจก็ ทำลายนางแม่มดเอง นาง โกรธมากโกรธจนทำอะไรไม่ถูก นางหันหน้าไปที่กระจกวิเศษแล้วตะโกน ก้องอย่างหัวเสียใส่ว่า " หยุด ๆ พูดเดี๋ยวนี้ ! ...เจ้ากระจกจอมโกหก ฉันขอสั่งให้เจ้าจงแตกละเอียดเป็น ชิ้นเล็กชิ้นน้อยแต่ เดี๋ยวนี้เลย อ้ายกระจกบ้า ! " กระจกวิเศษเมื่อได้คำสั่งเช่นนั้นก็เป็นผลบันดาลให้ต้อง แตกละเอียดลง ไปในทันที เศษกระจกที่แตกออกมาเป็นเสียง ๆ นั้นได้กระเด็นไปเสียบที่ตรงหัวใจ ของนางแม่มดอย่าง กระทันหันอีกด้วย แล้วจะเป็นยังไงเล่า ผลเป็นว่านางจำต้องตายลงไปในทันที อย่างโหดร้ายตรงนั้นเอง....


ต่อมาพระราชินีสโนไวท์ก็ได้เสด็จมาถวายบังคมสมเด็จพ่อของเธออยู่เสมอ พร้อมกันนั้นก็มักจะ แวะ ไปเยี่ยมพวกคนแคระทั้งเจ็ดที่มีบุญคุณกับเธออีกต่างหากเสมอ และเธอกับเจ้าชายก็ครองรักกันอย่าง มีความสุขตลอดมา คติสอนใจในนิทานเรื่องนี้ก็มีอยู่ว่า ความโกรธ ความเกลียด ความอิจฉาริษยา หากเกิดกับผู้ใด ก็เปรียบเหมือนผู้นั้นรับเอากองเพลิง สุมไว้ในอกของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ท้ายที่สุดก็ จะเป็นเปรียบดังไฟที่ย้อนมาทำร้ายทำลายตัวเองภายหลังนั่นเอง




หน้า 1   หน้า 2   หน้า 3


แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์