สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด

ครั้นตกเย็นเจ้าของบ้านร่างเล็กทั้งเจ็ดก็กลับมา พวกเขาคือคนแคระทั้งเจ็ด คนงานเหมืองทองและเงิน แห่งหุบเขาใกล้ ๆ นั่นเอง...พวกเขาต่างก็ตกใจและแปลกใจกับผู้แปลกหน้าที่มาเยือนอย่างไม่รู้ตัวครั้งนี้ กันมาก ต่างหันหน้ามามองหน้ากันอย่างต้องการคำตอบ แต่เมื่อไม่มีใครให้คำตอบได้ พวกเขาจึงได้ แต่นั่งมองหญิงสาวร่างอรชรที่นอนอยู่บนเตียงของพวกเขาด้วยความแปลกใจ แล้วก็ซุบซิบกันไม่ยอม หยุดปากเลยทีเดียว " ใครกัน ใครกัน เธอเป็นใครกัน " "แต่เธอช่างสวยงามเสียเหลือเกินว่าไหมนี่ "


เสียงซุบซิบซุบซิบนั้นส่งผลให้สโนไวท์รู้สึกตัวขึ้น ตอนแรก เธอตกใจมาก แต่คนแคระทั้งเจ็ด ก็พยายาม ช่วยกันปลอบใจเธอเสียงเซ็งแซ่ว่า " ไม่ต้องกลัวสาวน้อย พวกเราไม่ทำอะไรเธอหรอก ว่าแต่เธอเถอะ เป็นใครมาจากไหนจ๊ะ " กระแสเสียงอ่อนโยน จริงใจ บวกกับหน้าตาที่ใจดีของพวกเขาเหล่านั้น ทำให้ สโนไวท์กล้าเล่าเรื่องให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ เหล่าคนแคระเมื่อได้ฟังดังนั้นต่างก็สงสารเธอมาก หัวหน้าคนแคระจึงกล่าวกับเธอว่า " ถ้าอย่างนั้น เธอจงพักอยู่กับพวกเราที่นี่เถอะนะ พวกเราจะเป็นผู้ ดูแลเธอเอง "


สโนไวท์กล่าวขอบคุณคนแคระทั้งเจ็ด และบอกว่าเธอจะไม่อยู่เฉย ๆ เธอยินดีจะเป็นผู้ทำงานบ้าน และทำอาหารให้กับพวกเขาทุกอย่าง คนแคระทั้งเจ็ดก็ใจดีแล้วต่างก็ช่วยกันทำเตียงนอนอันใหม่ ขึ้นมาให้กับสโนไวท์อีกด้วย " เธอคงจะนอนในเตียงที่เล็ก ๆ แคบ ๆ แบบของพวกเราไม่ได้หรอกนะ สโนไวท์ " พวกเขาทุกคนช่างใจดีเสียเหลือเกินสโนไวท์คิด แล้วเธอก็ตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่อยู่กับคน แคระทั้งเจ็ดนี้ตลอดไป....


ส่วนทางด้านนางแม่มดจำแลง ก็เอาหัวใจกระต่ายที่นางคิดว่าเป็นหัวใจของสโนไวท์ไปต้มให้ พระสวามีเสวย จากนั้นก็รีบรี่เข้าไปในห้องเพื่อถามกับกระจกวิเศษว่า " โอ...กระจกวิเศษ ยามนี้ ข้าคือคนที่สวยที่สุดในปฐพี ใช่หรือไม่ "" โอ...ท่ามกลางพงพีอันเขียวชอุ่ม รายรอบด้วยคน แคระทั้งเจ็ดสโนไวท์ยังสวยที่สุด " เมื่อได้ยินดังนั้น นางแม่มดก็โกรธจนควันแทบจะ ออก ออกมานอกหูเสียให้ได้เลยทีเดียว นางจึงไปทูลพระสวามีว่า จะเดินทางไปเยี่ยมมารดาของนาง ที่อยู่ต่างเมืองชั่วระยะเวลาหนึ่ง


เมื่อนางได้เดินทางออกไปจากวังหลวงแล้ว นางก็ได้ใช้ยาพิษทาไปที่ผลแอปเปิ้ลแล้วก็แปลงร่างเป็นหญิง ชราท่าทางงก ๆ เงิ่น ๆ เดินขายผลแอบเปิ้ล มุ่งตรงไปยังบ้านของคนแคระทั้งเจ็ดเพื่อหวังฆ่าสโนไวท์เสีย ให้หายแค้น นางไปเคาะประตูบ้าน และร้องบอกขายผลแอบเปิ้ล สโนไวท์ซึ่งตอนนั้นก็ได้อยู่ในบ้านเพียง คนเดียว แต่พวกคนแคระทั้งเจ็ดได้สั่งกำชับกับสโนไวท์ไว้ว่าห้ามเปิดประตูรับใครเป็นอันขาด " ยายมีผลแอปเปิ้ลมาขายจ๊ะ " สโนไวท์ก็ร้องตอบออกมาจากในบ้านว่า " ไม่ละจ๊ะ ยายหนูถูกห้าม ไม่ให้เปิดประตูจ๊ะ ยาย ยายกลับไปเถอะ " " วันนี้ยายยังขายไม่ได้เลยสักผล หลานสาวคนสวยช่วย ซื้อให้หน่อยสิจ๊ะ...แอปเปิ้ลของยายอร่อยหอมหวานน่าทานนะจ๊ะ แต่เออ..เอาอย่างนี้มั้ยล่ะ ถ้าหนู ไม่อยากเปิดประตู ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวยายไปที่ตรงหน้าต่างก็ได้ แล้วเดี๋ยวเราก็แบ่งแอปเปิ้ลทานกันคน ละครึ่ง " นางแม่มดอ้อนวอนเสียงสั่นอย่างน่าสงสาร สโนไวท์ต้องหลงกลหลงในความมารยาของ นางแม่มดใจร้ายผู้นี้เสียแล้วสิ เพราะเธอตัดสินใจเดินไปเปิดประตูรับนางแม่มดเสียแล้ว


" ขอบคุณมากจ๊ะยาย " เมื่อเปิดประตูและรับผลแอปเปิ้ลมาแล้วสโนไวท์จึงทานผลแอปเปิ้ลผลนั้นเข้าไป เพียงแค่คำเล็ก ๆ เพียงคำเดียวเท่านั้น ผลก็คือ เธอต้องล้มลงสิ้นสติไปตรงนั้นในทันที นางแม่มดด้วย สมใจและสมตามความมุ่งหมายของมันแล้วก็รีบหนีกลับวังไปในทันที นางรีบไปถามกระจกวิเศษ อีกครั้งเพื่อความมั่นใจนั่นเอง คราวนี้กระจกวิเศษบอกว่า นางคือคนที่งามเลิศในปฐพี นางให้ เป็นดีใจจะหาไหนเหมือน ส่วนทางด้านคนแคระทั้งเจ็ดนั้น เมื่อพวกเขากลับมาก็ต้องได้พบว่าสโนไวท์ นั้นได้นอนตายโดยมีเศษแอปเปิ้ลค้างอยู่ที่ในปากก็พากันเสียใจเป็นอย่างมาก


ใบหน้าสวยงามที่ดูเหมือนแต่แค่หลับไหลไปเพียงเท่านั้นๆ "ช่างน่าสงสารเสียเหลือเกิน แต่เธอก็ได้ ตายจากพวกเราไปแล้วจริง ๆ เพื่อสโนไวท์ของพวกเรา จงทำโลงแก้วที่สวยงามเพื่อใส่เธอไว้กันเถอะ " พวกคนแคระทั้งเจ็ดนั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์อย่างเป็นที่สุด จึงได้สร้างโลงแก้วอันสวยงามขึ้นแล้ว นำร่างของสโนไวท์ใส่ไว้ในนั้นพร้อมทั้งกับจารึกอักษรไว้ที่ข้างโลงนั้นด้วยว่า " เจ้าหญิงสโนไวท์ "


ต่อมา ได้มีเจ้าชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งทรงประพาสป่าและได้บังเอิญผ่านมาทางนั้น พระองค์ได้ มาเจอบ้านของพวกคนแคระทั้งเจ็ดเข้า และได้เห็นโลงศพของสโนไวท์ ได้เห็นใบหน้างามที่เหมือนหลับ อยู่นั้นก็ตกหลุมรักในทันที " ทำไมถึงได้เป็นเจ้าหญิงที่งดงามเสียเหลือเกิน "


หน้า 1   หน้า 2   หน้า 3


แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์