" กอมเบ้ " คนจับนกเป็ดน้ำ
"นิทานเรื่อง" กอมเบ้ " คนจับนกเป็ดน้ำ "
เป็นนิทานเรื่องหนึ่งในจำนวนที่มีอยู่มากมายของญี่ปุ่นและมีชื่อเสียงไม่ แพ้เรื่องอื่น ๆที่นำมาเสนอเล่าให้ฟังกัน ในเนื้อเรื่องก็มีอยู่คราว ๆ ว่า " กอมเบ้ " หนุ่มน้อยผู้มีความคิดขี้เกียจ และโลภมากไม่อยากที่จะจับนกเป็ดน้ำทีละตัวอย่างที่พ่อของเขาได้สั่งสอนและบอกห้ามเอาไว้ เขาหมายที่จะจับเสีย ทีเดียวครั้งเดียวให้มันคุ้มคือทีเดียว100 ตัว แต่นกเป็ดน้ำทั้ง100 ตัว ที่เขากำลังจะจับอยู่นั้นเกิดตกใจและบินหนี ขึ้นสู่ท้องฟ้า จึงเป็นตัวสาเหตุใหญ่ที่ทำให้ " คอมเบ้ " เป็นอันต้องลอยละลิ่วขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้าอย่างที่ใคร ก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้เสียด้วย เป็นนิทานที่เล่าถึงการผจญภัยอันสลับซับซ้อนครั้งแล้วครั้งเล่า และด้วยความทุกข์ ทรมานที่ความคิดโลภเป็นเหตุของหนุ่มน้อยนามว่า " กอมเบ้ " เป็นนิทานที่ผูกเรื่องราวใด้อย่างน่าตื่นเต้นและคิดว่า คงจะเหมาะดีสำหรับเด็ก ๆ เรื่องหนึ่งนะคะ.....
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีสองพ่อลูกคนจับนกเป็ดน้ำเป็นอาชีพหลัก แต่ยากจนมากอยู่ครอบครัวหนึ่ง พ่อลูกคู่นี้ ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่อยู่ใกล้ ๆ กันกับบึงใหญ่แห่งหนึ่ง และด้วยที่ว่าเขาไม่มีแม่นั่นเอง ในทุก ๆ วันผู้เป็นพ่อ ก็จะต้องพาลูกชายคนโปรดคนเดียวของเขาคือ " กอมเบ้ " ออกไปจับนกเป็ดน้ำพร้อมทั้งจะ สะพายปืนอัดลมคู่ชีพ มาที่บึงที่เป็นที่จับนกเป็ดน้ำเป็นประจำอยู่ด้วยทุกวันเสมอมา " กอมเบ้ " จะต้องติดสอย ห้อยตามมาจับนกเป็ดน้ำกับพ่อของเขาด้วยเสมอ เรียกง่าย ๆ ก็ว่าตามกันมาตั้งแต่" กอมเบ้ " ยังจำความไม่ได้นั่นเลยทีเดียวแล้วกัน....และในทุก ๆ วัน และในทุก ๆ ครั้ง ผู้เป็นพ่อก็จะยิงนกเป็ดน้ำ เพียงแค่ ตัวเดียว หนึ่งตัวเท่านั้นมาตลอด จะเป็นอย่างนี้ซ้ำซากจำเจไม่เคยมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงมากไปกว่านี้เรื่อยมา.....
อยู่ต่อมา" กอมเบ้ " นั้นเมื่อโตขึ้นมาหน่อย ทีนี้ก็ให้เกิดเป็นมีความคิดสงสัยขึ้นมาอย่างเหลือกำลังว่า ทำไมพ่อ ของเขาถึงได้จะต้องยิงนกเป็ดน้ำไปขายเพียงแค่ วันละตัว ๆอย่างนั้น ทั้ง ๆที่ก็มีนกเป็ดน้ำให้จับตั้งมากมาย แล้วพ่อ ก็ไม่ทำ แล้วยังจะมานั่งบ่นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่า ทำไมถึงได้ยากจนหนักหนาอยู่อย่างนี้....วันหนึ่ง ด้วยเหลือทน " กอมเบ้ " จึงออกปากถามผู้เป็นพ่อออกไปว่า " นี่...นี่...พ่อ ทำไมพ่อถึงได้จะต้องจับนกเป็ดน้ำเพียงแค่ วันละตัวล่ะพ่อ " พ่อได้บอกกับ" กอมเบ้ " ว่า" การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตแล้วนำเอามาทำผลประโยชน์ส่วนตัวนั้น เป็นบาป ในภายหลังจะได้รับกรรม และจะเคราะห์ร้ายโดนพระเจ้าลงโทษเอา ดังนั้นตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้วจึงได้มีคำสั่งสอนต่อ ๆ กันมาแต่ในเฉพาะหมู่คนจับนกเป็ดน้ำเป็นอาชีพว่า ให้จับได้แค่วันละหนึ่งตัวเท่านั้น จำไว้นะเจ้าก็เหมือนกัน " กอมเบ้ " อย่าคิด โลภมากเป็นอันขาดนะลูก " ฟังพ่อเล่าถึงเหตุผลให้ฟังแล้วแต่ " กอมเบ้ " กลับไม่เชื่อและไม่เห็นด้วย ตอนนั้นเขายังแอบ เบ้ปากจนเกือบจะเบี้ยวให้กับพ่อเอาเลยทีเดียว " เห...เชื่อโบราณเลยกลัวจะได้รับเคราะห์ถูกพระเจ้าทำโทษเอา แช๊ะ..จับ ทีเดียวหลาย ๆตัว แล้วเอาไปขายได้เงินได้กำไร จะได้รวยเร็ว ๆ ข้าว่าดีกว่านะพ่อ " แต่พ่อน่ะไม่ฟังเขาหรอก เพราะ แกเชื่อถือของแกมาอย่างนั้นใครก็ไปลบความเชื่อถือของแกไม่ได้ แม้แต่ " กอมเบ้ " ซึ่งเป็นลูกชายคนโปรดสุดที่รักคน เดียวของแกเองก็ตามเถอะ
แล้ววันเวลาก็ผ่านไปเรื่อย ๆ ต่อจากนั้นมาไม่นาน พ่อของ" กอมเบ้ " ก็มีอันต้องล้มป่วยลงอย่างกระทันหัน และได้ชิงด่วนตายจากเขาไปเสีย " กอมเบ้ " จึงจำเป็นที่จะต้องหันหน้ามาทำหน้าที่จับนกเป็ดน้ำนั้นแทนพ่อ แล้วนำไปขาย เป็นอาชีพไปโดยปริยาย และต่อมาจากนั้นไม่นานใคร ๆทุกคนก็จะหันมาเรียกชื่อของเขากันเสียใหม่ว่า " กอมเบ้ นักจับ นกเป็ดน้ำ " กันจนติดปากกันเลยทีเดียวก็ว่าได้...เพราะว่า" กอมเบ้ " นั้นจะขยันขันแข็งเป็นอย่างมาก เขาจะออกไปจับนก เป็ดน้ำ แล้วจะนำออกเดินทางไปขายตามหมู่บ้านอยู่ทุกวันไม่เคยขาด แต่การจับนกเป็ดน้ำเพียงแค่วันละตัวตามอย่าง และตามคำสั่งสอนของพ่อของเขานั้น ขายก็ไม่ได้กำไรอะไร บางวันและบางครั้งเขาจะต้องเดินทางออกไปขายในที่ไกล ๆ ด้วยความลำบาก จึงไม่นานนักจากนั้น " กอมเบ้ " ก็เกิดความเบื่อหน่ายขึ้นมาอย่างสุด ๆ เข้าจนได้ในวันหนึ่ง เขา มีความคิดที่ว่ามันเป็นการโง่อย่างเหลือเกินที่จะจับนกเป็ดน้ำไปขายแค่เพียงวันละตัวอยู่อย่างนั้น ดังนั้นในวันหนึ่ง " กอมเบ้ " จึงเกิดความคิดอันแยบกลขึ้นมาเข้าอย่างหนึ่ง คราวนี้แหละเขาคิดว่าเขาจะไม่ยอมเหนื่อยเหมือนอย่างเมื่อ ก่อนอีกแล้ว...
ในวันรุ่งขึ้นในตอนเย็นของวันนั้น ซึ่งในขณะนั้นก็กำลังอยู่ในฤดูหนาวที่หนาวเย็น พื้นน้ำในบึงได้จับตัวกันจนแข็งเป็น แผ่นน้ำแข็งทั่วไปทั้งหมดทั้งผิวน้ำก็ว่าได้ ซึ่งในฤดูนั้นจะสามารถเดินลงไปในบึงได้ " กอมเบ้ " ได้นำอาหารซึ่งเป็นเหยื่อ ล่อของนกเป็ดน้ำที่เขามีเหลืออยู่ทั้งหมด แบกไปที่บึง ต่อจากนั้นก็นำเหยื่อล่อเหล่านั้น โปรยลงไปที่บนพื้นน้ำทั้งหมด จนทั่ว แล้วเขาก็ไปแอบซ่อนตัว สักพักหนึ่งฝูงนกเป็ดน้ำเมื่อเห็นเหยื่อล่อก็บินกันลงมาหมายจะกินเหยื่อที่หาได้ยาก ในฤดูหนาวนั่นเอง " กอมเบ้ " ที่แอบมองดูอยู่ให้เป็นดีใจอย่างเหลือกำลังที่เห็นนกเป็ดน้ำเกือบจะทั้งหมดฝูง แย่งกัน บินลงมากินเหยื่อตามสมดังความมุ่งหมายของเขา พวกนกเป็ดน้ำเมื่อกินเหยื่อที่มีอยู่มากมายนั้นกันอย่างที่เรียกว่าตายอด ตายอยากกันเลยทีเดียว และเมื่อพวกมันกินกันจนอิ่มหมีพีมันกันดีแล้ว ทีนี้ก็ตกเป็นเวลากลางคืนเข้าพอดี พวกนกเป็ด น้ำเหล่านั้นก็พร้อมใจกันหลับอย่างสนิทลงบนพื้นน้ำแห่งนั้นกันจนหมดทุกตัวไปนั่นเลยทีเดียว....
" ฮ่า ๆๆๆเป็นไปตามแผนการณ์ได้อย่างเหลือเชื่อที่สุด ต่อไปก็ต้องจับพวกมันผูกติดกันให้หมดทุกตัว ขณะที่พวกมันกำลังหลับกันอยู่อย่างนี้นี่แหละ ฮ่า ๆๆๆ จับคราวนี้แล้วก็ไม่ต้องมานั่งทำอะไร ได้นอนกินสบาย ไปอีกนานฮ่า ๆๆๆ ข้านี่ละก็ฉลาดเสียจริง ๆ เล้ย... " " กอมเบ้ " หัวเราะออกมาอย่างสมใจ แล้วจัดการใช้เชือกที่เขา ได้เตรียมมานั้นผูกขาของนกเป็ดน้ำทีละตัว ๆ เขาต้องใช้เวลาเกือบทั้งคืนกว่าจะผูกขาของนกเป็ดน้ำทุกตัวที่นอนหลับ นั้นติดกันจนเป็นพวงได้ด้วยความลำบาก ก็มันมีเสียตั้งมากมายตั้ง 100 กว่าตัวเลยทีเดียว เขาผูกอย่างสนุกสนาน และเต็มไปด้วยความหวัง แต่แล้วขณะที่เขากำลังผูกมาจนถึงนกเป็ดน้ำตัวสุดท้ายตัวที่ 100 อยู่นั้น ก็พอดีกับได้เป็นเวลา เช้าเข้าพอดีพระอาทิตย์เริ่มฉายแสงจับขึ้นมาที่ขอบฟ้า
ฟ้าสางแล้วก็เริ่มสว่างขึ้นมาทีละน้อย ๆ แล้วในฉับพลันทันใดที่นกเป็ดน้ำรู้สึกตัวและตื่นขึ้นมา พวกมันด้วยความตกใจ ที่โดนผูกขาหรืออย่างไรก็ตามเถอะ พวกมันพร้อมใจกันกระพือปีกแล้วบินทยานขึ้นไปสู่เบื้องบนพร้อมกันที เดียวหมดเลยทั้งฝูง บิน ขึ้นไปทั้ง ๆที่มีเชือกผูกติดเชื่อมกันไว้ทั้งหมดทั้ง 100ตัวอย่างนั้นเลยหละ...." กอมเบ้ " ด้วยความ ตกใจ " อ๊ะ...แย่แล้ว ว้า...หนีไปหมดแล้ว โอ้ ๆๆ... " และด้วยความรีบร้อน " กอมเบ้ " รีบโผเข้าคว้าปลายเชือกที่เขา ผูกติดเชื่อมขาของพวกนกเป็ดน้ำทั้งหมดนั้นเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเลยทีเดียว แล้วจะเป็นยังไงล่ะ ผลก็เลยเป็นว่า" กอมเบ้ " ก็มีอันต้องได้ลอยละลิ่วตามนกเป็ดน้ำขึ้นไปสู่บนท้องฟ้า ติดตามขึ้นไปลอยต่องแต่งอยู่บนอากาศนั้นอย่างช่วยเหลืออะไร ตัวของเขาเองไม่ได้เอาเลยทีเดียว.....
" กอมเบ้ " ได้ลอยติดฝูงของนกเป็ดน้ำขึ้นไปจนไปอยู่ที่เหนือก้อนเมฆ และที่บนก้อนเมฆนั้น " กอมเบ้ " ก็ได้แลเห็นว่ามี ตัวฟ้า ผ่าสองพ่อลูกกำลังนอนหลับกลางวันกันอยู่อย่างอุตุ..กู้..จา..ระ..ฟี้..จา..ระ.. กันอย่างมีความสุขอยู่เลยทีเดียว " กอมเบ้ " ลอยห้อยต่องแต่งตามฝูงนกเป็ดน้ำไป และจะเป็นด้วยที่ว่าเขาโชคไม่ดีอยู่ก็ไม่รู้หละ เพราะตัวของเขาเกิดไปชนเอาเข้ากับ เจ้าตัวฟ้าผ่าที่กำลังหลับอยู่นั้นเสียอย่างที่เรียกว่า จังเบ้อเร่อเลยเสียแล้ว เจ้าตัวฟ้าผ่าเมื่อโดนชนเข้าอย่างจังเข้าอย่างนั้น มันทั้งสองจึงสะดุ้งตื่นขึ้นมา และด้วยความที่เป็นยักษ์ที่ขี้โมโหอย่างที่ว่าหาตัวจับได้ยากอยู่นั่นเอง มันจึงร้องและคำราม ออกมาด้วยเสียงอันดังจนสะเทือนไปหมดว่า " ว๊าก จ๊าก...ใครวะ ใครมาชนข้านี่...ตกใจหมดเล้ย...เหอ ๆๆๆ "
" กอมเบ้ " เมื่อได้ยินดังนั้นทั้ง ๆ ที่ยังห้อยต่องแต่งอยู่แต่ก็ได้รีบร้องขอโทษขอโพยเจ้าตัวฟ้าผ่าไปให้เป็นพันละวันเลยหละทีนี้ " ท่านฟ้าผ่า...ยกโทษให้ข้าด้วยเถิด ข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจ ให้อภัยข้าด้วย " แต่แม้ว่าสถานะการณ์จะกำลังคับขันอยู่อย่างนั้น พวกนกเป็ดน้ำก็ทำเป็นเหมือนกับไม่รู้อิโน่อิเน่อะไร ยังคงที่จะบินและลากกอมเบ้ให้ไกลออกห่างจากเจ้าตัวฟ้าผ่าออกไป เรื่อย ๆ....เจ้าตัวฟ้าผ่าเมื่อเห็นดังนั้นก็เกิดเข้าใจผิดคิดว่ากอมเบ้จะหนีไม่รับผิดชอบกับการที่ทำให้มันตกใจตื่นอะไรทำนอง นั้น มันจึงเกิดความโมโหฉุนเฉีนวหนักขึ้นไปอีก " เฮ้ย..อ้ายคนบ้า จะคิดหนีหรือนี่ ! เดี๋ยวหยุดก่อน ชนแล้วหนี...เฮอะ อย่างนี้ให้อภัยไม่ได้เสียแล้ว เหอ ๆๆๆ " เจ้าตัวฟ้าผ่าจึงเริ่มตีกลองเรียกแสงฟ้าผ่าของมันให้ระรัวขึ้น แล้วบรรดาลให้ฟ้าผ่า ลงไปที่ตรงที่กอมเบ้ลอยอยู่นั้นในทันทีทันใด...กอมเบ้ต้องหัวทิ่มและตีลังกาอย่างหมดท่าตกลงไปสู่เบื้องล่าง ด้วยแสงของ ฟ้าผ่าที่ผ่าลงมานั้น ถูกตรงแผงกลางเชือกที่เขารวบไว้ในมือนั่นเลยทีเดียว " ปิ ก๊าต.."
หน้า 1
หน้า 2 ( ยังไม่จบ)
หน้า 3 ( ยังไม่จบ)
แปลและเรียบเรียงโดยสุขุมาลย์